เปิดเวทีรับฟังกรณีพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ

เปิดเวทีรับฟังกรณีพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ

เปิดเวทีรับฟังกรณีพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ

รูปข่าว : เปิดเวทีรับฟังกรณีพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ

เปิดเวทีรับฟังกรณีพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่จิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีรับฟังปัญหาข้อพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ ระหว่างผู้ประกอบการที่อ้างสิทธิ์ครอบครองที่ดินและชาวเลอูรักลาโว้ย ก่อนที่จะมีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับชาวเลอย่างมั่นคง

วันนี้ (10 เม.ย.2558) กรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่จิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดเวทีรับฟังปัญหากรณีพิพาทระหว่างผู้ประกอบการที่อ้างเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินและกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอูรักลาโว้ย ที่อาศัยตั้งแต่บรรพบุรุษบนเกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล

พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยฯ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ ว่าได้รับทราบข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยพบเอกสาร นส.3 มี 2 รูปแบบ คือ นส.3 ที่มีการชี้จุดรังวัด และ นส.3 รูปแบบลอย หรือเอกสารสิทธิ์บวมทับ โดยแบบหลังพบว่า นส.3 เกินจาก สค.1 มากถึง 200 ไร่ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาและสร้างที่อยู่อาศัยถาวรให้กับชาวเลจำนวน 200 คนที่ยังมีสถานะเป็นผู้บุกรุก

ขณะที่ พล.อ.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผุ้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าแนวทางเดียวที่จะแก้ปัญหากรณีพิพาทได้ คือการใช้แผนที่ทางอากาศปี 2493 ก่อนประกาศแบ่งที่ดิน สค.1 และแผนที่ทางอากาศหลังวันที่ 1 ธ.ค.2497 หลังประกาศ สค.1 เพื่อพิสูจน์เปรียบเทียบการถือครองที่ดินของคนบนเกาะหลีเป๊ะ โดยไม่แบ่งแยกว่าผู้ใดถือครอง หากพบว่าประชาชนถือครองที่ดินในรูปแบบ สค.1 แล้วขอออกเอกสาร เป็น นส.3 ก็ต้องมีหลักฐานการใช้ที่ดินเพื่อทำประโยชน์ในปี 2493 และหากพบว่าแผนที่ทางอากาศไม่ปรากฏพื้นที่บุคคล จะถือว่าบุคคลนั้นปลอมแปลงเอกสาร


กลับขึ้นด้านบน