แต่งตั้ง "พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" เป็นประธานบอร์ดสลากฯ

แต่งตั้ง "พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" เป็นประธานบอร์ดสลากฯ

แต่งตั้ง "พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" เป็นประธานบอร์ดสลากฯ

รูปข่าว : แต่งตั้ง "พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" เป็นประธานบอร์ดสลากฯ

แต่งตั้ง รัฐบาลนำกฎหมายมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญ มาใช้กับการแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาต่อจากการแก้ไขปัญหาการบิน และประมง ล่าสุดนายกรัฐมนตรีกำชับให้แก้ไขภายในเดือนมิถุนายนนี้

9 เดือน ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าบริหารประเทศ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาได้ แม้มีมาตรการหลายอย่าง ล่าสุด ได้ใช้กฎหมาย มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับ 11/2558 กำหนดบทลงโทษผู้จำหน่ายราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีผลบังคับใช้ทันที ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (1พ.ค.2558) 
 
นอกจากนั้น ได้จัดสรรรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลออกเป็น 4 ส่วน ร้อยละ 60 เป็นเงินรางวัล ร้อยละ 20 นำเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ลดลงจากพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 28 และที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร และนำไปตั้งก่องทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม
 
ประกาศอีกฉบับ ได้แต่งตั้ง พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และแต่งตั้งคณะกรรมการอีก 3 คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พ.ท.หนุน ศันสนาคม และ ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย เป็นคณะกรรมการอีก 3 คน มี พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นกรรมการและเลขานุการ
 
นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก เปิดเผยว่า หากนำมาตรา 44 มาใช้ โดยหวังแก้ปัญหาจำหน่ายสลากฯ เกินราคาเพียงอย่างเดียว อาจจะแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด แต่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งคนนอกเป็นประธานบอร์ด เพราะจะทำให้การทำงานคล่องตัว และสามารถแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่สั่งสมมานานได้ทั้งระบบ
 
สำหรับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีรายได้นำส่งรัฐฯ สูงติดอันดับ 1 ใน 3 โดยในปี 2556 มีเงินส่งรัฐได้กว่า 14,600 ล้านบาท จากรายได้รวมเกือบ 65,000 ล้านบาท และมีกำไรประมาณ 1,300 ล้านบาท


กลับขึ้นด้านบน