เปิดที่มา"กรณีพิพาท"รุกที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เปิดที่มา"กรณีพิพาท"รุกที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เปิดที่มา"กรณีพิพาท"รุกที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

รูปข่าว : เปิดที่มา"กรณีพิพาท"รุกที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เปิดที่มา ที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ที่กำลังกลายเป็นข้อพิพาท และมีคลิปเสียงเจรจาข่มขู่ อดีตหัวหน้าอุทยานฯ ที่มาที่ไปของการบุกรุก ขณะนี้เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา หลังจากศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิจารณาให้นายทุนเจ้าของที่ดิน แพ้คดี ขนย้ายทรัพย์สินและส่งมอบที่ดินคืนให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลม


ที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ที่กำลังกลายเป็นข้อพิพาท และมีคลิปเสียงเจรจาข่มขู่ อดีตหัวหน้าอุทยานฯ ที่มาที่ไปของการบุกรุก ขณะนี้เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา หลังจากศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิจารณาให้นายทุนเจ้าของที่ดินแพ้คดี ขนย้ายทรัพย์สินและส่งมอบที่ดินคืนให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เอกสารการซื้อขายที่ดินฉบับนี้ นายสุภฤกษ์ เย็นใจ เจ้าของที่ดินในพื้นที่อุทยานเเห่งชาติเขาเเหลม ชี้เเจงว่า ซื้อที่ดินจำนวน 150 ไร่ หมู่ที่ 2 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อย่างถูกต้อง จากเจ้าของที่ดินรายหนึ่ง ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อ กว่า 15 ปีที่แล้ว แต่อีก 7 ปีต่อมา ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติเขาเเหลมจับกุมและดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติฯ

ที่ดินกว่า 100 ไร่ แห่งนี้ มีเเม่น้ำรันตี เป็นเส้นแบ่งระหว่างเขตอุทยานเเห่งชาติเขาเเหลม กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยเจ้าของที่ดิน ยอมรับว่า เป็นที่ดินไม่มีโฉนดแต่มีเพียงเเปลงเดียวเท่านั้นที่เป็นพื้นที่โล่งเพียง 40 ไร่ ซึ่งนายสุภฤกษ์ กล่าวว่า เป็นที่ดินเเปลงเดียวกันกับที่นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พูดถึงในคลิปเสียงว่า เขาจะยกที่ดินแปลงนี้ให้

แต่ในภาพมุมสูงที่ปรากฏในคลิปเสียงของนายฉลอง เมื่อเปรียบเทียบกับภาพปัจจุบัน พบว่า มีต้นยางเพิ่มขึ้นมาก และภาพนี้ นายเจริญ ใจชน อดีตหัวหน้า อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ยืนยันว่าภาพนี้ ถ่ายไว้ตั้งเเต่ปี 2548

นายสุภฤกษ์ อ้างว่าเมื่อปี 2542 มีเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 3 เข้ามาพิสูจน์สิทธิการถือครองที่ดินของชาวบ้าน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาราษฎร กรณีถูกรัฐประกาศเขตป่าทับที่ทำกิน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เเต่การพิสูจน์ในขณะนั้นที่ดินของเขา ไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าไปตรวจสอบ ทั้งที่ชาวบ้านยืนยันว่าเข้าไปทำกิน ก่อนจะประกาศเป็นเขตอุทยานเมื่อ 2534 สอดคล้องกับกำนันตำบลไล่โว่ ที่ยืนยันว่าที่ดินของนายสุภกฤษ์ใช้ทำกินมาแล้วก่อนหน้านี้

คดีที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมฟ้องนายสุภกฤษ์บุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานฯกว่า 100 ไร่ คดีนี้ ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาคดีแพ่ง ให้นายสุภกฤษ์พร้อมกับคนงานขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ข้อพิพาทและให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับอุทยานฯ เป็นจำนวนเงินเกือบ 2,000,000 บาท แต่นายสุภกฤษ์ยื่นฎีกาขอให้ศาลกำหนดค่าเสียหายโดยคำนวณจากพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนคดีอาญา อัยการสั่งไม่ฟ้องเนื่องจาก นายสุภฤกษ์ เย็นใจ เจ้าของที่ดิน ไม่มีเจตนาบุกรุก


กลับขึ้นด้านบน