ศาลเยาวชนนัดฟังคำพิพากษาคดีอุบัติเหตุบนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน

ศาลเยาวชนนัดฟังคำพิพากษาคดีอุบัติเหตุบนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน

ศาลเยาวชนนัดฟังคำพิพากษาคดีอุบัติเหตุบนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน

รูปข่าว : ศาลเยาวชนนัดฟังคำพิพากษาคดีอุบัติเหตุบนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน

ศาลเยาวชนนัดฟังคำพิพากษาคดีอุบัติเหตุบนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน วันนี้ (31 ส.ค.) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนัดฟังคำพิพากษา คดีเยาวชนหญิงขับรถยนต์ เฉี่ยวชนรถตู้บนทางยกระดับโทลล์เวย์จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 ธันวาคม 2553

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดฟังคำพิพากษาคดีเยาวชนหญิง อายุ 17 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้ บนทางยกระดับโทลล์เวย์จนมีผู้เสียชีวิต 9 คน ในวันนี้ เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 5

ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลเยาวชนฯ เคยนัดฟังคำพิพากษามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ศาลได้มีข้อเสนอแนะให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ได้ร่วมประชุมกลุ่มสหวิชาชีพ เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียหาย, นักจิตวิทยา, นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกันประเมิน และหารือเพื่อวางแผนการเยียวยา และบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ และประสานการประชุมเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและครอบครัว ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ.2553 มาตรา132

ต่อมาได้มีการนัดประชุมกลุ่มครอบครับเรื่อยมาตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม จนกระทั่งวันที่ 30 กรกฎาคม กลุ่มครอบครัวผู้เสียหาย ได้ประชุมร่วมกับจำเลย, และทนายความ ซึ่งได้มีการกล่าวขออภัยกัน โดยฝ่ายญาติผู้เสียหาย ยังยืนยันที่จะให้ศาลมีคำพิพากษาคดีนี้ จึงได้มีการนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (31 ส.ค.)

สำหรับคดีนี้ อัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง เยาวชนหญิงอายุ 17 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท จนเป็นเหตุในผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ ต่อศาลเยาวชนฯ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554

โดยระบุว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เวลากลางคืน จำเลยซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ขึ้นบนทางยกระดับโทลล์เวย์ ขาเข้ามุ่งหน้า ถนนดินแดงด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งภาวะปกติจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ จำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ โดยจำเลยไม่ขับรถในช่องทางซ้าย เมื่อมาถึงบริเวณแยกทางลงบางเขน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปลี่ยนช่องทางไปมา เปลี่ยนช่องทางจากช่องทางขวาสุดเพื่อมาทางซ้ายถัดมา และยังเปลี่ยนกลับไปยังช่องทางขวาอีกครั้ง

เป็นเหตุให้รถยนต์ซีวิคของจำเลยพุ่งเข้าชนรถยนต์ตู้โดยสาร ที่วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้รถยนต์ตู้เสียหลักหมุนไปชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์ พลิกคว่ำพังเสียหาย คนขับ และผู้โดยสารกระเด็นออกจากภายในรถตกจากทางด่วนเสียชีวิตรวม 9 คน และบาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง ส่วนรถยนต์ของจำเลยแฉลบเลยจากรถยนต์ตู้ประมาณ 50 เมตร นอกจากนี้ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังได้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถยนต์ โดยมีหลักฐานเป็นรายงานการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลย

สำหรับสำนวนฟ้องดังกล่าว ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อหา ซึ่งระหว่างพิจารณาคดี จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลตีราคาประกัน 100,000 บาท


กลับขึ้นด้านบน