"อภิสิทธิ์" ชี้ นโยบายจัดการน้ำของรัฐบาล ยังสับสน แนะรัฐฯ ควรอธิบายเส้นทางน้ำให้ปชช.เข้าใจ

"อภิสิทธิ์" ชี้ นโยบายจัดการน้ำของรัฐบาล ยังสับสน แนะรัฐฯ ควรอธิบายเส้นทางน้ำให้ปชช.เข้าใจ

"อภิสิทธิ์" ชี้ นโยบายจัดการน้ำของรัฐบาล ยังสับสน แนะรัฐฯ ควรอธิบายเส้นทางน้ำให้ปชช.เข้าใจ

รูปข่าว : "อภิสิทธิ์" ชี้ นโยบายจัดการน้ำของรัฐบาล ยังสับสน แนะรัฐฯ ควรอธิบายเส้นทางน้ำให้ปชช.เข้าใจ

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุ แผนการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยังสับสน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน และการทดสอบการระบายน้ำที่จะมีขึ้นในวันที่ 5-7 กันยายนนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรี เปิดแถลงชี้แจงแผนบริหารจัดการน้ำ ปี 2555

นิทรรศการงาน "มุ่งมั่นทำงานบริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน" รอบสื่อมวลชน ได้บรรยายแผนบริหารจัดการน้ำ และชี้แจงการเตรียมความพร้อมป้องกันภัยธรรมชาติในประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดเผยว่า เหตุวิกฤติอุทกภัยในปี 2554 ทำให้ทุกภาคส่วนได้รวมพลังฝ่าวิกฤติมาด้วยกัน และด้วยเหตุที่เกิดขึ้น ปีนี้จึงต้องเตรียมความพร้อมป้องกันน้ำ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ การป้องกัน ที่ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การเตรียมความพร้อม ที่ได้ทำข้อมูลบูรณาการจาก 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรับมือ คือ การเตรียมพร้อมในทุกระดับ อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ การฟื้นฟูเยียวยาที่กำหนดหลักเกณฑ์ช่วยเหลือประชาชนในทุกกรณีครอบคลุมด้านต่าง ๆ อีกทั้งการใช้งบประมาณ 350,000 ล้านบาท เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาว

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า นโยบายการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ยังมีความสับสน โดยเฉพาะแนวคิดทดสอบระบบการระบายน้ำ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5-7 กันยายนของรัฐบาลนั้น เห็นว่า ควรอธิบายให้ประชาชนเกิดความเข้าใจถึงเส้นทางการระบายน้ำ ระยะเวลาดำเนินการ และโครงสร้างที่ต้องการทดสอบ เพราะหากไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนจะเกิดเสียงวิจารณ์ เกิดข้อขัดแย้งหรือกลายเป็นปัญหาที่จะโยนความผิดให้กันระหว่างรัฐบาลกับ กทม.

นายอภิสิทธิ์ เชื่อว่า แนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของรัฐบาลไม่สอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ที่พบว่า การปล่อยน้ำทิ้งเป็นปัญหาให้เกิดภัยแล้ง พร้อมกันนั้น ยังย้ำถึงข้อห่วงใยและความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณจากการกู้เงิน 350,000 ล้านบาท โดยคาดหวังว่า รัฐบาลจะมีการทบทวนกติกา และแนวทางในการดำเนินโครงการ


กลับขึ้นด้านบน