สถานการณ์ทุจริตในไทยยังรุนแรง

สถานการณ์ทุจริตในไทยยังรุนแรง

สถานการณ์ทุจริตในไทยยังรุนแรง

รูปข่าว : สถานการณ์ทุจริตในไทยยังรุนแรง

สถานการณ์ทุจริตในไทยยังรุนแรง 6 กันยายนของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น "วันต่อต้านคอร์รัปชั่น" โดยภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งตรงกับวันเสียชีวิตของนายดุสิต นนทะนาคร ผู้ริเริ่ม และผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้มีองค์กรธุรกิจ 42 แห่งเข้าร่วม

ในงานมีการจัดวงเสวนา 4 ส่วน ประกอบด้วย ภาคธุรกิจ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อถกปัญหา และหาแนวทางป้องกันคอร์รัปชั่นในทุกภาคส่วนที่ยังคงฉุดรั้งการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งภาคีเครือข่ายฯ เห็นว่ารัฐบาลสอบตกในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น
 
วันต่อต้านคอรัปชั่นรวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย ศาตราภิชาน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นักวิชาการเกียรติคุณจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า กล่าวว่า แม้เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม จะประกาศอันดับขีดความสามารถในการของแข่งขันของไทยในปีนี้ดีขึ้นจากอันดับ ที่ 39 เป็น 38 แต่คะแนนยังคงเดิม โดยนักธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามเห็นว่าปัญหาการทำธุรกิจในไทย 2 อันดับแรก คือความกังวลด้านเสถียรภาพทางการเมือง และปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น โดยในปีนี้ผู้ตอบแบบสอบถามมีสัดส่วนความกังวลมากขึ้นจากร้อยละ 14.5 เมื่อปีที่แล้วเป็นร้อยละ 16.7
 
แม้ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นร่วมกับ 42 องค์กร รวมกว่า 100 บริษัท จะพยายามผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่เอกชนบางส่วนระบุว่าการบังคับใช้กฎหมายที่ขาดประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์การเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐ หรือทีโออาร์ที่คลุมเครือ รวมทั้งขั้นตอนงานราชการที่ซับซ้อน ยังเป็นช่องโหว่ให้เอกชนบางส่วนจ่ายเงินสินบน
 
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ซึ่งภาคีเครือข่ายฯ จะเดินหน้ารณรงค์ปฏิเสธการจ่ายสินบน รวมทั้งเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อว่ากรณีการโยกย้ายเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.จะช่วยกระตุ้นให้สังคมตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าว
 
ขณะที่นางวรวรรณ ธาราภูมิ อดีตนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เสนอให้รัฐบาลแบ่งแยกส่วนงานบริหารออกจากหน่วยงานตรวจสอบเป็นอิสระต่อกัน และจัดสรรงบประมาณร้อยละ 1 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี มาเป็นเงินสนับสนุนองค์กร และหน่วยงานตรวจสอบการทุจริต รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับประเทศอย่างยั่งยืน และสนับสนุนธุรกิจให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งบนเวทีเศรษฐกิจโลก


กลับขึ้นด้านบน