มูลนิธิปวีณา - ตำรวจภูธรบางกรวยเข้าช่วยเหลือเด็กออทิสติกถูกขัง

มูลนิธิปวีณา - ตำรวจภูธรบางกรวยเข้าช่วยเหลือเด็กออทิสติกถูกขัง

มูลนิธิปวีณา - ตำรวจภูธรบางกรวยเข้าช่วยเหลือเด็กออทิสติกถูกขัง

รูปข่าว : มูลนิธิปวีณา - ตำรวจภูธรบางกรวยเข้าช่วยเหลือเด็กออทิสติกถูกขัง

มูลนิธิปวีณา - ตำรวจภูธรบางกรวยเข้าช่วยเหลือเด็กออทิสติกถูกขัง มูลนิธิปวีณาร่วมกับตำรวจภูธรบางกรวยเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงที่เป็นออทิสติก ถูกพ่อขังอยู่ภายในบ้านเช่า ก่อนจะนำตัวส่งบ้านราชาวดีให้ดูแล เนื่องจากผู้เป็นพ่ออ้างว่าไม่มีใครรับดูแลเด็กหญิงคนนี้ จึงจำเป็นต้องขังไว้

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ประสานกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางกรวย จังหวัดนนทบุรี นำกำลังตำรวจเข้าช่วยเหลือน้องมุก เด็กหญิงวัย 7 ขวบ 2 เดือน ซึ่งถูกพ่อแท้ๆ กักขังอยู่ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย ซึ่งทางมูลนิธิได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าน้องมุกได้ถูกพ่อขังมานานกว่า 4 ปีแล้ว
 
จากการเข้าตรวจค้นของตำรวจพบว่ามีคนอยู่ภายในห้องจึงได้เคาะประตูเรียกให้พ่อของเด็กเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากพ่อของเด็ก หลังจากเจรจานานกว่า 30 นาที พ่อของเด็กจึงยอมเปิดประตู และพาน้องมุกออกมาในสภาพที่น้องมุกสวมชุดนักเรียนสีขาว นุ่งกระโปรงเปื้อนมอมแมม ส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งตัว
 
เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจดูภายในห้องพบว่าภายในห้องมีกลิ่นเหม็นอับอย่างรุนแรง ข้าวของภายในห้องสกปรก ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย ตำรวจจึงได้เชิญพ่อของน้องมุก และน้องมายังสถานีตำรวจภูธรบางกรวย เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
จากการสอบสวนพ่อของน้องมุกให้การว่าเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยตนเองมีลูกทั้งหมด 6 คน น้องมุกเป็นลูกคนสุดท้อง โดยน้องเป็นโรคออทิสติกระดับ 10 ซึ่งได้พาไปรักษาตามมูลนิธิต่างๆ ที่ดูแลเด็กเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธจากทุกมูลนิธิฯว่าไม่สามารถรับดูแลน้องได้ จึงต้องนำน้องมุกกลับมาเลี้ยงเองที่ห้องเช่าดังกล่าว และจำใจต้องขังน้องมุกเอาไว้ในห้องเวลาที่ไปทำงาน โดยจะเตรียมอาหารไว้ให้น้องตลอดวันจนกว่าตัวเองจะกลับมา
 
ด้านเพื่อนบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนเองพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวมานานกว่า 5 ปีแล้ว ก็เห็นน้องมุก และพ่อมาเช่าห้องดังกล่าวอยู่นานกว่า 4 ปีแล้ว โดยตลอดระยะเวลาที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่า พ่อของน้องมุกจะไม่เคยให้น้องมุกออกมาเล่นข้างนอกแต่อย่างใด และเวลาพ่อของน้องมุกออกไปทำงาน ก็จะปิดผ้าม่านจนไม่สามารถมองเห็นได้ และยังล็อคกุญแจประตูห้องอย่างแน่นหนา
 
บางครั้งพ่อของน้องมุกไม่กลับบ้านน้องก็จะอยู่ภายในห้องเพียงคนเดียว และบางทีก็ได้ยินเสียงน้องมุกร้องไห้อยู่เป็นเวลานาน หรือบางทีก็ทุบกำแพงห้อง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเวลาสอบถามกับพ่อของน้องมุกก็จะแสดงอาการไม่พอใจ
 
เบื้องต้นนางปวีณาได้นำน้องมุกส่งไปดูแลที่บ้านราชาวดี เพื่อดูแลรักษาอาการต่อไป โดยมีพ่อของน้องมุกตามไปส่งด้วย ด้านตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดกับพ่อน้องมุก เนื่องจากพ่อของน้องมุกยอมให้น้องได้ไปรักษาตัว


กลับขึ้นด้านบน