"โอบามา" ขอเวลาอีก 4 ปีแก้ปัญหาและสานต่อ

"โอบามา" ขอเวลาอีก 4 ปีแก้ปัญหาและสานต่อ

"โอบามา" ขอเวลาอีก 4 ปีแก้ปัญหาและสานต่อ

รูปข่าว : "โอบามา" ขอเวลาอีก 4 ปีแก้ปัญหาและสานต่อ

ถึงแม้ต้องย้ายสถานที่จัดงานจากสนามกีฬากลางแจ้งมาเป็นศูนย์ประชุมในร่ม เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจแต่ก็ไม่ได้ทำการกล่าวสุนทรพจน์ ของประธานาธิบดีโอบามาวันสุดท้ายของการประชุมด้อยความสำคัญลงไป เพราะคนอเมริกันต่างรอฟังแผนของผู้นำสหรัฐฯว่าจะฟื้นเศรษฐกิจและลดหนี้มหาศาลของสหรัฐฯได้อย่างไร

ถึงแม้วันนี้ต้องย้ายสถานที่จัดงานจากสนามกีฬากลางแจ้ง มาเป็นสนามกีฬาในร่มเนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจโดยเมื่อช่วงเย็นได้มีฝนตกฟ้าคะนอง แต่หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์ที่ทรงพลังและจับใจของทั้งมิเชล โอบามาสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และ อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตันในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำให้ผู้สนับสนุนโอบามาต่างตื่นเต้นที่จะได้ฟังสุนทรพจน์ของเขาในวันนี้ถึงแม้บางคนจะผิดหวังที่ไม่ไดเข้าไปฟังในสถานที่จัดงานก็ตาม

ทาริน เฮนดริกซ์ ชาวเมืองชาร์ลอตบอกว่าตื่นเต้นที่รู้ว่าประธานาธิบดีจะมาพูดที่นี่นี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิต ไม่ใช่ใครที่มีโอกาสนี้แต่คนเมืองชาร์ลอตจะมีโอกาสนี้ ซึ่งเยี่ยมมากและตื่นเต้นมาก

"Just the excitement to know that he's going to be here to speak, this is a once-in-a-lifetime chance. A lot of people don't get to experience this and Charlotte has had the opportunity to experience this today, so it's wonderful. I love it and I'm excited about it." ทารินกล่าว

เช่นเดียวกับแกรี สุวรรณรัตน์ สมาชิกพรรคเดโมแครตที่อยู่ในประเทศไทย โดยคุณแกรี่อยู่เมืองไทยมากว่า 40 ปีและคิดว่าประเด็นสำคัญที่ประธานาธิบดีโอบามาจะเน้นในวันนี้คือเรื่องเศรษฐกิจ

หลังจากการแนะนำจากมิเชล ภรรยา ประธานาธิบดีบารัก โอบามาก็ปรากฎตัวบนเวทีด้วยเสียงปรบมือและเสียงตะโกนว่าอีก 4 ปี

สุนทรพจน์ของโอบามาในวันนี้ ไม่ได้ยาวและลงรายละเอียดอย่างบิล คลินตัน เนื้อหาประเด็นหลักคือต้องการเวลาอีก 4 ปีในการแก้ปัญหาและสานต่อสิ่งที่ทำมา

ใจความของสุนทรพจน์ตอนหนึ่งระบุว่า เขาจะไม่แสร้งทำว่าทางแก้ปัญหาของเขาเร็วและง่าย คุณไม่ได้เลือกผมมาให้พูดในสิ่งที่คุณอยากจะฟังแต่เลือกผมมาให้พูดความจริง และความจริงก็คือมันอาจใช้เวลามากกว่า 2-3 ปีในการแก้ปัญหาที่สั่งสมมามากกว่า 10 ปี แต่โอบามาได้ให้ความหวังว่าปัญหาเหล่านี้ยังแก้ไขได้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ง่ายเท่าไรนัก

ประธานาธิบดีโอบามาพยายามชี้ให้เห้นความแตกต่างนโยบายระหว่างเขากับรอมนีย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายสุขภาพ หรือการลดภาษีให้กับคนรวย ในขณะที่นโยบายต่างประเทศโอบามาพยายามเน้นความสำเร็จในการยุติการทำสงครามในอิรัก ลดกำลังในอัฟกานิสถาน สังหารอุซามะ บินลาดินและสร้างพันธมิตรในเอเซียแปซิฟิก และวิจารณ์นโยบายของรอมนีย์ว่าการที่มองว่ารัสเซียเป็นศัตรูที่สำคัญแสดงให้เห็นแนวคิดที่เชยและยังติดอยู่ในยุคสงครามเย็น


 
สุนทรพจน์ครั้งนี้มุ่งตรงไปที่ชนชั้นกลางที่ต้องดิ้นรนสร้างฐานะโดยโอบามาเน้นว่านโยบายของเขาจะช่วยให้คนได้รับการศึกษามากขึ้น ลดค่าเล่าเรียน อบรมทักษาการทำงานใหม่ๆซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงการสร้างงานได้

ถึงแม้โอบามาไม่ได้ลงรายละเอียดของแผนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากนักแต่สำหรับเรื่องการสร้างงานที่ถูกจับตามองโอบามาให้สัญญาว่าจะสร้างงาน 1,000,000 ตำแหน่งใน 4 ปีในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันรอมนีย์ให้สัญญาจะสร้างงาน 12,000,000 ล้านตำแหน่ง

 
สำหรับการเมืองสหรัฐฯมีกลุ่มคนที่ตัดสินใจไปแล้วว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะเลือกรีพับลิกัน หรือไม่ว่าอย่างไรก็จะเลือกเดโมแครตบนพื้นฐานและแนวคิดของแต่ละพรรค แต่ยังมีอีกกลุ่มที่สำคัญที่จะเป็นตัวตัดสิน นั่นคือกลุ่มผู้ลงคะแนนอิสระและกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจซึ่งสุนทรพจน์ในวันนี้ของประธานาธิบดีโอบามา มุ่งตรงไปที่คนกลุ่มนั้นที่ต้องการความชัดเจนว่า 4 ปีต่อจากนี้พวกเขาจะมีบ้านอยู่หรือมีงานทำหรือไม่


กลับขึ้นด้านบน