เหนือ-อีสานเร่งหามาตรการป้องกันน้ำ จ.พิจิตรเร่งเสริมคันดินกันน้ำท่วมนา

เหนือ-อีสานเร่งหามาตรการป้องกันน้ำ จ.พิจิตรเร่งเสริมคันดินกันน้ำท่วมนา

เหนือ-อีสานเร่งหามาตรการป้องกันน้ำ จ.พิจิตรเร่งเสริมคันดินกันน้ำท่วมนา

รูปข่าว : เหนือ-อีสานเร่งหามาตรการป้องกันน้ำ จ.พิจิตรเร่งเสริมคันดินกันน้ำท่วมนา

เหนือ-อีสานเร่งหามาตรการป้องกันน้ำ จ.พิจิตรเร่งเสริมคันดินกันน้ำท่วมนา หลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเร่งหามาตรการป้องกันน้ำท่วม หลังฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับในแหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ชาวนาใน จ.พิจิตร เร่งเสริมคันดินป้องกันน้ำท่วมนาข้าว

ชาวนาใน ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน และ ต.สายคำโห้ อ.เมือง จ.พิจิตร ต้องเร่งเสริมคันดิน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวที่เหลือ หลังน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วมไปแล้วกว่า 500 ไร่

ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ น้ำป่าไหลได้เข้าท่วมบริเวณน้ำตกแก่งเกาะใหญ่ ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ อย่างรวดเร็ว จากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน เจ้าหน้าที่ต้องประกาศห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ถนนสายตาก-แม่สอด บริเวณบ้านห้วยไม้หก ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ยังคงมีหินจากภูเขาสไลด์ปิดช่องทางจราจร 1 ทำให้รถที่สัญจรผ่านไป-มา ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น


 

ส่วนเส้นทางเข้าบ้านเวียงผาพัฒนา ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ที่ถูกน้ำป่าพัดถนนและสะพานขาด จนชาวบ้านกว่า 60 หลังคาเรือนถูกตัดขาด ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการนำเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลือ

เช่นเดียวอีกหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนที่ตกหนักก็ทำให้ระดับเพิ่มสูงขึ้น เช่นระดับน้ำเขื่อนลำปะทาว จ.ชัยภูมิ ที่ล้นออกมาจากช่องระบายน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่อยู่รอบๆเขื่อนมีปริมาณสูงขึ้น บางแห่งเริ่มล้นตลิ่ง

ขณะที่ จ.สุรินทร์ น้ำจากเทือกเขาพนมดงรักษ์ ไหลเข้าท่วมถนนในเขตเทศบาล ต.สังขละ อ.สังขละ โดยเฉพาะบริเวณ 4 แยกทางหลวง อ.สังขละที่ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 50 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้

เช่นเดียวกับระดับน้ำในลำน้ำยัง จ.ยโสธร ลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 1 ม. ก็จะเอ่อล้นไหลเจ้าท่วมนาข้าว

ส่วนที่ จ.อุทัยธานี หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ทำการพร่องน้ำ เพื่อรับน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรัง และแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกิดจากฝนตกหนักติดต่อกัน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง และแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง 30 ซม. ประกอบกับฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้ถนนบางสายในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระบายไม่ทัน


กลับขึ้นด้านบน