ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริหารทีพีไอไซฟ่อนเงิน 13 พ.ย.นี้

ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริหารทีพีไอไซฟ่อนเงิน 13 พ.ย.นี้

ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริหารทีพีไอไซฟ่อนเงิน 13 พ.ย.นี้

รูปข่าว : ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริหารทีพีไอไซฟ่อนเงิน 13 พ.ย.นี้

ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริหารทีพีไอไซฟ่อนเงิน 13 พ.ย.นี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำพิพากษาคดีที่อดีตผู้บริหารทีพีไอ ทำการไซฟ่อนเงิน 900 ล้านบาทนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสั่งให้ศาลชั้นต้นไปทำคำพิพากษาใหม่ พร้อมนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 13 พ.ย.นี้

ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์กรณีอัยการ และบริษัทไออาร์พีซี และทีพีไอ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ และพวกมีความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในข้อหาร่วมกันกระทำการใดเพื่อช่วยเหลือ และให้ความสะดวกกรรมการบริษัททำให้เกิดความเสียหายด้วยการยักยอกทรัพย์ หรือไซฟ่อนเงิน ด้วยการทำสัญญาเช่าตึกทีพีไอที่กลุ่มผู้ให้เช่า และผู้เช่าเป็นกลุ่มเดียวกัน และมีการชำระค่าเช่าล่วงหน้า 90 ปีเป็นเงินกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นการชำระค่าเช่าล่วงหน้าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
 
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อเดือนตุลาคม 2550 โดยเห็นว่าการจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าเป็นเรื่องของการบริหาร จึงไม่เป็นพิรุธให้พิพากษายกฟ้อง แต่ฝ่ายอัยการ และโจทก์ได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คดี
 
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าคำพิพากษาชั้นต้นนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนซึ่งได้พ้นจากตำแหน่งแล้ว มีการลงลายมือชื่อร่างคำพิพากษาไว้ก่อนที่จะรับคำแถลงปิดคดีของฝ่ายโจทก์ ทำให้คำพิพากษานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
 
ศาลอุทธรณ์จึงเห็นควรให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาใหม่ พร้อมนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นอีกครั้ง ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา 9.00 น. ขณะที่นายประชัย ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ โดยเดินทางกลับออกไปจากศาลทันที


กลับขึ้นด้านบน