เปิดที่มา"สรจักร เกษมสุวรรณ"สู่"ดีดีการบินไทย"

เปิดที่มา"สรจักร เกษมสุวรรณ"สู่"ดีดีการบินไทย"

เปิดที่มา"สรจักร เกษมสุวรรณ"สู่"ดีดีการบินไทย"

รูปข่าว : เปิดที่มา"สรจักร เกษมสุวรรณ"สู่"ดีดีการบินไทย"

เปิดที่มา หลังจากตำแหน่งกรรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ว่างลง 3 เดือน ในวันนี้ (14 ก.ย.) คณะกรรมการบริษัทการบินไทยได้เลือกกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หรือดีดีการบินไทย คนใหม่แล้ว คือ "นายสรจักร เกษมสุวรรณ"ที่ผ่านคุณสมบัติเพียงคนเดียว ซึ่งการบริหารงานบริษัทการบินไทยที่อยู่ในสถานะขาดทุน รวมถึงการจัดซื้อเครื่องบินฝูงใหม่มูลค่านับแสนล้าน ถือเป็นงานท้าทายที่เคยเป็นประเด็นให้นายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ดีดีการบินไทยคนเก่าถูกปลดออกมาแล้ว


ตำแหน่งกรรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่ว่างลง 3 เดือน มีมติของคณะกรรมการบริษัการบินไทย เลือก กรรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คนใหม่แล้ว คือ นาย สรจักร เกษมสุวรรณ และเป็นเพีงคนเดียวที่มีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือก

คณะกรรมการบริษัทการบินไทย รายงานผลคัดเลือกจากผู้สมัครครั้งแรก 5 คนผ่านคุณสมบัติรอบแรก 3 คน แต่หลังจากพิจารณาคุณสมบัติ รอบที่ 2 มีเพียงคนเดียวที่มีคุณสมบัติครบทุกข้อ คือ นายสรจักร เกษมสุวรรณ จากนั้นจึงเรียกมาแสดงวิสัยทัศน์เมื่อวันที่ 10 ก.ย.

นายสรจักร เป็นดีดีการบินไทยคนที่ 3 ที่มาจากบุคคลภายนอก ซึ่งในอดีต ดีดีการบินไทย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายในบริษัทการบินไทย หรือ อดีตนายทหารอากาศชั้นผู้ใหญ่

เส้นทางการทำงานของนายสรจักร เกษมสุวรรณ คลุกคลีอยู่กับแวดวงนักวิชาการและสื่อสารมวลชน แต่ไม่เคยผ่านงานด้านธุรกิจการบินมาก่อน นายสรจักรเคยดำรงตำแหน่งโฆษกสถานีวิทยุบีบีซี ภาคภาษาไทยประจำกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เป็นผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ม.ท. และเป็นที่คุ้นตาแวดวงฝ่ายการเมืองในฐานะเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ติดตามนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งครั้งนี้ถือว่านายสรจักร หวนคืนการทำงาน เพื่อดูแลองค์กรรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ก่อนรับตำแหน่งใหม่ในเดือนตุลาคม นายสรจักร ต้องลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท อ.ส.ม.ท. ที่กำกับดูแลในปัจจุบัน

การบินไทย เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ อันดับ 4 ของประเทศ มีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมากต่อปี โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อเครื่องบิน 10 ปี จำนวน 75 ลำ วงเงิน 300,000 ล้านบาท และอาจเป็นประเด็นที่ทำให้ นายปิยะสวัสดิ์ อัมมระนันท์ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นที่จับตาว่าจะดำเนินนโยบายอย่างไรต่อไป

สำหรับสิ่งที่ดีดีการบินไทยคนใหม่จะต้องดำเนินการ คือเร่งพัฒนาบริษัทที่อยู่ในสถานะขาดทุนและคาดว่าปีนี้จะขาดทุนถึง 4,000 ล้านบาทให้สามารถแข่งขันในธุรกิจการบินภูมิภาคเอเชียที่ทวีความรุนแรงได้ รวมถึงการทำงานร่วมกับพนักงานและคณะกรรมการบริหารนโยบายทั้ง 8 คนที่ 6 คนถูกแต่งตั้งในสมัยนายปิยะสวัสดิ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายความสามารถนายสรจักร เกษมสุวรรณ


กลับขึ้นด้านบน