เพื่อนพ้องร่วมวงการร่วมไว้อาลัย "ลินจง บุญนากรินทร์"

เพื่อนพ้องร่วมวงการร่วมไว้อาลัย "ลินจง บุญนากรินทร์"

เพื่อนพ้องร่วมวงการร่วมไว้อาลัย "ลินจง บุญนากรินทร์"

รูปข่าว : เพื่อนพ้องร่วมวงการร่วมไว้อาลัย "ลินจง บุญนากรินทร์"

เพื่อนพ้องร่วมวงการร่วมไว้อาลัย ด้วยน้ำเสียงคุณภาพแบบโอเปร่าที่สร้างฐานแฟนเพลงและเป็นแบบอย่างให้นักร้องหญิงไว้มากมาย รวมถึงอุปนิสัยส่วนตัวที่ชอบช่วยเหลือพี่น้องในวงการทำให้การจากไปของ "ลินจง บุญนากรินทร์" ในวัย 71 ปี มีเพื่อนพ้องมาร่วมแสดงความอาลัยและอำลาเป็นครั้งสุดท้าย

อาลัยนักร้องดังเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการร้องเพลงสื่อความหมาย "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" อีกหนึ่งเพลงดังประจำตัว ที่ครั้งนี้ขับร้องโดยรุ่นน้องคนสนิท เจินเจิน บุญสูงเนิน และคนใกล้ชิด ในพีธีรดน้ำศพลินจง บุญนากรินทร์ เจ้าของฉายาคีรีบูนสาวเจ้าเสน่ห์ที่จากไปในวัย 71 ปี ด้วยภาวะไตวายเฉียบพลัน โดยมีเพื่อนพ้องในวงการมากมายที่มาอำลาเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งสุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร สุดา ชื่นบาน จินตนา สุขสถิตย์ และชาลี อินทรวิจิตร ครูเพลงวัย 92 ปี ที่ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์กระเบนธงอย่าง "จูบฉันแล้วจงตายเสีย" ที่สร้างชื่อให้ลินจงโด่งดังจนเป็นที่รักของแฟนเพลง ครูชาลียังเล่าถึงความประทับใจในน้ำเสียงของลินจงว่าหาตัวจับได้ยากเพราะไม่เพียงไพเราะแต่ยังออกเสียงสูงมาก จึงทำให้ร้องได้ทั้งเพลงลูกกรุงและเพลงไทยสไตล์จีน

ลินจง บุญนากรินทร์ เข้าสู่วงการจากการร้องเพลงในโบสถ์ก่อนถูกทาบทามให้เป็นนักร้องและแจ้งเกิดแบบเต็มตัวกับเพลงดัง "รักปักใจ" ในฐานะเจ้าของรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ปี 2514 ด้วยน้ำเสียงและการร้องเพลงสไตล์จีนที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กกลายเป็นเอกลักษณ์ให้ชื่อของลินจงเป็นที่จดจำและยอมรับ ทั้งยังเป็นต้นแบบให้กับนักร้องรุ่นน้องอย่างเจิน เจิน บุญสูงเนิน อีกด้วย นอกจากนี้ลินจงยังขึ้นชื่อเรื่องความมีน้ำใจ โดยมักใช้บทเพลงเป็นสื่อในการช่วยเหลือผู้คน เช่นครั้งหนึ่งที่เคยนำทัพนักร้องดังไปร้องเพลงให้กำลังใจทหารไทยที่เวียดนามในช่วงสงคราม เพราะเชื่อว่าบทเพลงร้างความสุขได้เหมือนที่เธอมักร้องเพลงเพื่อผ่อนคลายหรือยามท้อแท้

พิธีสวดพระอภิธรรมศพนักร้องหญิงในตำนาน "ลินจง บุญนากรินทร์" จัดขึ้นที่วัดเสมียนนารีจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการขอพระราชทานเพลิงศพ


กลับขึ้นด้านบน