นักวิชาการแนะสหรัฐฯควรเปลี่ยนนโบาย ตปท. หลังเหตุประท้วงภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลามทั่วโลก

นักวิชาการแนะสหรัฐฯควรเปลี่ยนนโบาย ตปท. หลังเหตุประท้วงภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลามทั่วโลก

นักวิชาการแนะสหรัฐฯควรเปลี่ยนนโบาย ตปท. หลังเหตุประท้วงภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลามทั่วโลก

รูปข่าว : นักวิชาการแนะสหรัฐฯควรเปลี่ยนนโบาย ตปท. หลังเหตุประท้วงภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลามทั่วโลก

นักวิชาการแนะสหรัฐฯควรเปลี่ยนนโบาย ตปท. หลังเหตุประท้วงภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลามทั่วโลก นักวิชาการในสหรัฐฯแนะ รัฐบาลสหรัฐฯควรเปลี่ยนนโยบายความสัมพันธ์กับประเทศในตะวันออกกลาง หลังเกิดการประท้วงและโจมตีสถานทูตสหรัฐฯในโลกมุสลิม แม้ว่าสาเหตุจะเกิดจากความไม่พอใจภาพยนตร์ที่สร้างโดยชาวอเมริกันและมีเนื้อหาดูหมิ่นศาสดาของศาสนาอิสลาม แต่สาเหตุลึกๆแล้ว น่าจะมาจากความไม่พอใจรัฐบาลสหรัฐฯที่สะสมมานานหลายปี

ตำรวจจากหน่วยปราบจลาจลของอียิปต์ต้องทำงานตลอดทั้งคืนต่อเนื่องถึงเช้าวันนี้(15 ก.ย.) เพื่อเฝ้าระวังและสกัดผู้ประท้วงให้อยู่ห่างจากสถานทูตสหรัฐในกรุงไคโร การปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน แม้ว่าประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มูร์ซี จะแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์เรียกร้องให้ยุติการโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้ประท้วงยังคงใช้รุนแรงมีการขว้างก้อนหินใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจต้องตอบโต้ด้วยการใช้แก๊สน้ำตา

ส่วนที่ออสเตรเลียผู้ประท้วงราว 200 คนปะทะกับตำรวจในนครซิดนีย์ที่พยายามสกัดผู้ประท้วงไม่ให้เข้าไปในสถานกงสุลสหรัฐ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน


 

การประท้วงของชาวมุสลิมที่ไม่พอใจ "ภาพยนตร์เรื่อง"อินโนเซ้นท์ ออฟ มุสลิม" ที่สร้างโดยชาวอเมริกันและมีเนื้อหาดูหมิ่นศาสดาของศาสนาอิสลาม ได้ลุกลามไปอีกหลายประเทศ นอกจากเยเมนและอียิปต์แล้ว ยังมีการประท้วงเกิดขึ้นในบังคลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน อิรัก อิสราเอล ฉนวนกาซ่า โมร็อคโค ซีเรีย คูเวตไนจีเรียและเคนย่า การประท้วงในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 15 คน ในจำนวนนี้รวมถึงเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ 4 คน

นายซัลมาน ชาอิค ผู้อำนวยการศูนย์บรู๊คลิน โดฮาในกรุงวอชิงตันดีซี ของสหรัฐฯ มองว่ากระแสต่อต้านสหรัฐฯที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางขณะนี้ มีสาเหตุมาจากความชิงชังรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สะสมมานาน จากหลายๆเหตุการณ์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการที่ีรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดี ที่ใช้ข้ออ้างว่าซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก มีอาวุธที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูงในครอบครอง จึงบุกเข้าไปและยึดบ่อน้ำมันเมื่อปี 2546 แต่ในที่สุด อาวุธที่สหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีอิรักไม่เคยมีใครพบว่ามีอยู่จริง รวมถึงกระบวนการสันติภาพตะวันออกกลางระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอล ที่สหรัฐฯพยายามผลักดันอยู่ช่วงหนึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ


 

นายชาอิค แนะว่าวิธีแก้ปัญหาคือรัฐบาลสหรัฐฯจะต้องแสดงบทบาทในตะวันออกกลางให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่เพิ่งได้ลิ้มรสชาติของประชาธิปไตยจากปรากฏการณ์ "อาหรับ สปริง" ที่ประชาชนในโลกอาหรับลุกฮือขึ้นต่อต้านผู้นำของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว(54) ซึ่งประเทศประชาธิปไตยใหม่เหล่านี้ กำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ คนตกงานจำนวนมากรัฐบาลอ่อนแอและไม่มีความเป็นเอกภาพ กลายเป็นจุดอ่อนให้กองกำลังติดอาวุธแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ

ประชาชนในประเทศเหล่านี้กำลังรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง รัฐบาลสหรัฐฯควรจะปรับนโยบายด้านการต่างประเทศกับตะวันออกกลางใหม่ ต้องทบทวนว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไร เพื่อสานสัมพันธ์กับตะวันออกกลาง ให้มองสหรัฐฯในแง่ที่ดีกว่าเดิม


กลับขึ้นด้านบน