กว่าจะเป็น "เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง" ของ แดนอรัญ แสงทอง 1 ใน 7 ชิงซีไรต์ปีนี้

กว่าจะเป็น "เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง" ของ แดนอรัญ แสงทอง 1 ใน 7 ชิงซีไรต์ปีนี้

กว่าจะเป็น "เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง" ของ แดนอรัญ แสงทอง 1 ใน 7 ชิงซีไรต์ปีนี้

รูปข่าว : กว่าจะเป็น "เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง" ของ แดนอรัญ แสงทอง 1 ใน 7 ชิงซีไรต์ปีนี้

กว่าจะเป็น เป็นนักเขียนไทยที่ได้รับการเชิดชูเกียรติจากต่างชาติว่า เป็นผู้มีศักยภาพล้ำเลิศแห่งยุคสมัย ผลงานหลายเล่มของ แดนอรัญ แสงทอง ยังประสบความสำเร็จในวงการวรรณกรรมยุโรป ซึ่งเดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง 1 ใน 7 เล่มที่เข้ารอบชิงซีไรต์ปีนี้ คือ จินตนาการที่แดนอรัญ นำผู้อ่านย้อนไปในสมัยพุทธกาล ติดตามชีวิตภิกษุณี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ครองจีวรเศร้าหมอง

ใช้ภาษาเรียบง่ายขึ้นกว่างานเขียนทุกเล่มที่ผ่านมา หากแดนอรัญ แสงทอง ยังคงความปราณีตในการเล่าใหม่ถึงพระแม่กีสาโคตมี ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าละเอียดละออ รอบคอบ มัธยัสถ์ จนพระบรมศาสดายกย่องว่า ผู้ครองจีวรเศร้าหมอง มีความสุขในความยากไร้

แรงบันดาลใจจากภิกษุณีในพุทธประวัติที่เผชิญความทุกข์สาหัส อุ้มศพลูกชายหวังรักษาพิษงูกัด ท้ายที่สุดได้สติพบสัจธรรม เมื่อพระพุทธองค์ทรงแนะนำว่า ให้ไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตาย ซึ่งทุกบ้านล้วนเคยมีคนตาย นำมาแต่งในแบบนวนิยายให้ชื่อเดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง โดยสร้างตัวละครเอก หรือ นางกีสา ต่อสู้กับอันตรายรอบตัวในดินแดนตาลวัณณาปเทโส ทั้งในทุ่งนา ป่าตาล บึงน้ำ ฝูงวัว และบุรุษเพศ ด้วยความคลุ้มคลั่งและพลังความเป็นแม่ที่กำลังจะสูญเสียลูกอันเป็นที่รัก ซึ่งตาลวัณณาปเทโสนั้น ผู้เขียนจินตนาการผ่านเมืองเพชรบุรีบ้านเกิด เป็นดินแดนพุทธศาสนาเมื่อ 2,600 ปีที่แล้ว

การได้พบกับสิ่งที่ไม่น่ารักใคร่ ไม่น่าพอใจเป็นทุกข์ การต้องพลัดพรากจากสิ่งที่น่ารักใครน่าพอใจเป็นทุกข์ เป็นข้อธรรมที่สอดแทรกไว้ในเดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง วรรณกรรมเล่มบางที่กว่าจะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ ผู้เขียนต้องศึกษาจากหนังสืออ้างอิงมากมาย อย่างเช่น ตามรอยพระอรหันต์ของท่านพุทธทาสภิกขุ และ เถรีคาถาอันเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก

พุทธประวัติสมัยพุทธกาล พุทธปรัชญา ศัพท์บาลี พระวินัย และสถานภาพสตรีที่ถูกกดขี่ รวมถึงการแบ่งชนชั้นในสังคมฮินดูโบราณ ล้วนมาจากหนังสือธรรมหลากหลายที่ แดนอรัญ สนใจศึกษา หวังให้งานเขียนชิ้นนี้ เป็นพุทธบูชาทางวรรณกรรม ต่างจากเงาสีขาว นวนิยายเรื่องแรก ปี 2536 ที่ท้าทายขนบเดิมของงานเขียนยุคนั้นไม่เพียงถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะเนื้อหาเน้นชีวิตด้านมืด ตั้งคำถามกับพระพุทธศาสนายังถูกตัดชื่อจากการเข้าชิงซีไรต์มาแล้ว เนื่องจากกรรมการเห็นว่า เนื้อหาหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม

และกว่าจะเป็นต้นฉบับที่สมบูรณ์ นักเขียนรุ่นใหญ่ ยังใส่ใจกับการตรวจแก้สำนวนภาษาหลาบสิบครั้ง เนื่องจากมองว่า มีส่วนช่วยพัฒนานักเขียนหน้าใหม่ และ วงการวรรณกรรมไทยให้ทัดเทียมสากลได้

ผลงานของแดนอรัญ แสงทอง อยู่ในความสนใจของนักอ่านไทยไม่มากนัก หากทั้งเงาสีขาว อสรพิษ เจ้าการะเกด ได้รับการแปลหลายภาษามียอดขายเป็นแสนเล่มในยุโรป ซึ่งเดียวดายใต้ฟ้าคลั่งอยู่ระหว่างการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส แม้เป็นนักเขียนไทยเพียงคนเดียว ที่ได้รับอิสริยาภรณ์ Chevalier De L"Ordre Des Arts Der Lettres ด้านศิลปะและวรรณคดี ปี 2551 จากรัฐบาลฝรั่งเศส และ รางวัลศิลปาธรสาขาวรรณศิลป์มาแล้ว แต่ความภาคภูมิและสุขใจในการทำงานของ แดนอรัญ แสงทอง คือการเขียนหนังสือด้วยความกล้าหาญพิสูจน์คุณค่า ซึ่งเขาถือว่า เป็นรางวัลยิ่งใหญ่จากการโลดแล่นในโลกอักษร


กลับขึ้นด้านบน