วิถี "ปกาเกอะญอ" เปลี่ยนไป หลังเกิดวิกฤตแหล่งอาหารชุมชน

วิถี "ปกาเกอะญอ" เปลี่ยนไป หลังเกิดวิกฤตแหล่งอาหารชุมชน

วิถี "ปกาเกอะญอ" เปลี่ยนไป หลังเกิดวิกฤตแหล่งอาหารชุมชน

รูปข่าว : วิถี "ปกาเกอะญอ" เปลี่ยนไป หลังเกิดวิกฤตแหล่งอาหารชุมชน

วิถี เคยอุดมสมบูรณ์ในน้ำมีปลาในป่ามีพันธุ์พืชเลี้ยงหาอยู่หากินกับป่าและทำไร่หมุนเวียน วันนี้วิถีปกาเกอะญอที่บ้านแม่อูคอหลวง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปลี่ยนไปอาหารท้องถิ่นเริ่มหายาก ชาวบ้านร่วมกันทำวิจัยสำรวจข้อมูลแหล่งอาหารของชุมชน พบวิกฤตที่เกิดขึ้นกับทั้งพืช และ สัตว์

ทุก 6 ปีจึงจะเวียนกลับมาทำไร่ในพื้นที่เดิมอีกครั้งเพื่อทิ้งช่วงให้ผืนดินได้พักและฟื้นตัวต้นไม้ใหญ่ได้เติบโตแตกยอดในช่วงที่หมุนเวียนไปปลูกแปลงอื่นเป็นวิถีเพาะปลูกเพื่อรักษาระบบนิเวศป่าบนพื้นที่สูงของชาวปกาเกอะญอ บ้านแม่อูคอหลวง จ.แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวไร่หว่านแซมด้วยถั่ว แตงดอย มันสำปะหลัง ต้นหอม และ พืชอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นเสบียงยามหน้าแล้ง วิถีทำกินแบบพอเพียงเมื่อเหลือจึงขายเริ่มเป็นปัญหาเมื่อคนภายนอกรุกผืนป่ามากขึ้น และ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ต้องพึ่งพาสารเคมี

ตามความเชื่อของชาวปกาเกอะญอที่เชื่อในภูติผีและพุทธศาสนา ยามเมื่อแหล่งน้ำที่ถือเป็นแหล่งโปรตีนหล่อเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านประสบปัญหา ทั้งการจับสัตว์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตและการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกของหมู่บ้านใกล้เคียงทำให้ชาวปกาเกอะญอร่วมกันทำพิธีกรรมขึ้นที่เรียกว่า "พิธีบวชปลา" ถือเป็นการบ่งบอกว่า สัญลักษณ์ผ้าจีวรแบบนี้ความยาว 2 กิโลเมตรของลำน้ำจะเป็นพื้นที่ในการเพาะพันธุ์ปลา และ ไม่สามารถจับสัตว์น้ำใด ๆ ได้

หลายปีก่อนลำห้วยแม่อูคอหลวงยังชุกชุมไปด้วยสัตว์น้ำหากปัจจุบันลดลงไปมาก สารเคมีจากการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวไหลปนเปื้อนมาตามลำธารส่งผลต่อระบบนิเวศน์ทั้งในน้ำและผืนดิน หนทางที่จะรักษาแหล่งอาหารเท่าที่ทำได้ต้องอาศัยพิธีกรรม บ้านปลาบริเวณนี้ถูกสงวนไว้เป็นจุดขยายพันธุ์หวังฟื้นฟูแหล่งอาหารอย่างยั่งยืน

ยังมีแหล่งอาหารอีกมากมายในป่าที่เริ่มหายอย่าง "หน่อคาหาน" ผักพื้นบ้านเริ่มหากินยากหน่อนี้ต้องล้อมไว้เพราะเหลือเพียงแห่งเดียวที่ใกล้รั้วบ้าน หนึ่งในโซนเก็บรักษาของชาวบ้านแม่อูคอหลวง เพียง 1 ปีที่ชาวบ้านทำวิจัยกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นพบวิกฤตทางอาหารหลายชนิดที่เกิดขึ้นกับทั้งพืชและสัตว์

ได้กินจากป่าต้องรักษาป่าได้กินจากน้ำต้องรักษาน้ำ คือ คำสอนปกาเกอะญอบอกต่อกับลูกหลานให้อยู่อย่างเคารพธรรมชาติ  ตราบที่คนใส่ใจดูแลป่าและน้ำจะเป็นแหล่งอาหารอย่างยั่งยืนตลอดไป


กลับขึ้นด้านบน