ตร.ค้นบ้านพัก "พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์" ล่าสุดพบโครงกระดูกมนุษย์เพิ่มอีก

ตร.ค้นบ้านพัก "พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์" ล่าสุดพบโครงกระดูกมนุษย์เพิ่มอีก

ตร.ค้นบ้านพัก "พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์" ล่าสุดพบโครงกระดูกมนุษย์เพิ่มอีก

รูปข่าว : ตร.ค้นบ้านพัก "พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์" ล่าสุดพบโครงกระดูกมนุษย์เพิ่มอีก

ตร.ค้นบ้านพัก ความคืบหน้าคดีสองสามีภรรยาหายตัวไปเมื่อ 3 ปีก่อน ล่าสุดตำรวจได้ตัวพยานบุคคลที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีเพิ่มแล้ว ส่วนแนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่ยังเน้นการหาหลักฐานบริเวณบ้านพักของนายแพทย์ยศพันตำรวจเอก ที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งพบโครงกระดูกคนเมื่อวานนี้ และการเข้าค้นวันนี้(21 ก.ย.) ยังพบหลักฐานเพิ่มอีก

เป็นครั้งที่ 2 ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริเวณบ้านพักและไร่ ใน จ.เพชรบุรี ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อายุรแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีที่นายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ 2 สามีภรรยา หายตัวไปเมื่อ 3 ปีก่อน  หลังจากเมื่อวาน(20 ก.ย.) มีการขุดพบโครงกระดูกและอยู่ระหว่างส่งตรวจดีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน จึงมีการขอหมายศาลเข้าตรวจค้นเพื่อหาหลักฐานเพิ่ม หลังการค้นหาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ในที่สุดก็พบโครงกระดูกของมนุษย์ ห่างจากจุดเดิมประมาณ 100 เมตร

แนวทางสืบสวนคดีนี้ เจ้าหน้าที่ยังเน้นการหาหลักฐานในพื้นที่ต้องสงสัย ทั้งที่บ้านพักของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ใน จ.เพชรบุรี และที่ จ.นนทบุรี ควบคู่กับการรวบรวมหลักฐานอื่น


 

โดยเฉพาะพยานบุคคลที่ให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ ล่าสุดวันนี้(21 ก.ย.) ตำรวจยังได้พยานปากสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับคดีเพิ่ม อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวน ส่วนอาวุธปืนกว่า 40 กระบอก ที่พบบริเวณบ้านอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาเช่นกัน

แต่หลักฐานที่จะทำให้คดีนี้มีความกระจ่าง คือ ผลพิสูจน์ดีเอ็น จากโครงกระดูกที่พบ ว่า ตรงกับผู้สูญหายหรือไม่

อีกด้านหนึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลให้คณะทำงานสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น พิจารณาว่าคดีนี้เข้าหลักเกณฑ์เป็นคดีพิเศษหรือไม่

ส่วน พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ซึ่งยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ได้ขอเลื่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่า อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานการครอบครองอาวุธปืน ซึ่งตำรวจเตรียมออกหมายเรียกตัวให้ปากคำในสัปดาห์หน้า

การคลี่คลายคดีนี้เกิดขึ้นหลังสัปดาห์ก่อน บิดาของนายสามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองนนทบุรีว่า ลูกชายและลูกสะใภ้หายตัวไปพร้อมรถยนต์เมื่อปี 2552 ก่อนมีผู้แจ้งเบาะแสว่ารถยนต์ของลูกชายจอดอยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่งใน ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี และยังให้เบาะแสว่าการหายตัวไปของลูกชายอาจเกี่ยวข้องกับนายแพทย์ยศพันตำรวจเอกที่เคยมีความขัดแย้งกัน

เนื่องจากนายสามารถลูกชาย ซึ่งเคยไปช่วยงานในไร่ของนายแพทย์คนดังกล่าว ได้ไปขอยืมรถจากภรรยาของนายแพทย์คนนี้ไปลากรถที่ติดหล่ม แต่เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการขโมยรถ จนเป็นคดีมีการขึ้นศาล ก่อนที่ศาลจะตัดสินว่านายสามารถไม่มีความผิด


กลับขึ้นด้านบน