ผบช.น.ร่วมกรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อถนนหลัก 9 จุด หลังพบทรายอุด เป็นเหตุให้ระบายช้าลง

ผบช.น.ร่วมกรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อถนนหลัก 9 จุด หลังพบทรายอุด เป็นเหตุให้ระบายช้าลง

ผบช.น.ร่วมกรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อถนนหลัก 9 จุด หลังพบทรายอุด เป็นเหตุให้ระบายช้าลง

รูปข่าว : ผบช.น.ร่วมกรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อถนนหลัก 9 จุด หลังพบทรายอุด เป็นเหตุให้ระบายช้าลง

ผบช.น.ร่วมกรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อถนนหลัก 9 จุด หลังพบทรายอุด เป็นเหตุให้ระบายช้าลง สำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เตรียมขยายท่อระบายน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนจากเดิมรับเพียง 60 มิลลิเมตร เพิ่มเป็น 80-100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยจะนำร่องย่านรามอินทราและบางเขน ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อถนนเส้นหลัก 9 จุด พบว่า มีทรายหล่นไปในท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำฝนระบายได้ช้าลง

ผู้ต้องขังราชทัณฑ์ ตักทรายที่ติดค้างอยู่ภายในท่อระบายน้ำ บนนถนนศรีอยุธยาขึ้นมาทิ้ง หลังพบว่า เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้ประสานกับนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำผู้ต้องขังมาช่วยขุดลอกท่อระบายน้ำ รวมทั้งหมด 9 จุดที่เป็นปัญหาหลัก และส่งผลกระทบต่อการจราจรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการประเมินว่า น่าจะเป็นทรายที่อุดตันภายในท่อ ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ โดยเชื่อว่า หากขุดลอกท่อทั้ง 9 จุดนี้ได้แล้ว จะช่วยให้ปัญหาน้ำท่วมขังระบายได้ดีขึ้น และหลังจากนี้ก็จะนำผูัต้องขังไปช่วยขุดลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่กทม.อีก 80 จุด

สำหรับการขุดลอกท่อวันนี้ ( 22ก.ย.55) จะมีบริเวณถนนศรีอยุธยาไปจนถึงถนนพระราม 6, ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงทางลงทางด่วนดินแดง, ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 62 หรือแยก คปอ., ถนนสุขุมวิท 62 หรือบางจากถนนช่วงแยกมีนบุรี, ถนนพิพิธตัดถนนสนามชัย, แยกลำสาลี ถนนศรีนครินทร์ -กรุงเทพกรีฑา, ถนนศรีนครินทร์ขาเข้า เชิงสะพานต่างระดับ และบริเวณซอยกำนันแม้น

ขณะที่นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ อุโมงค์ระบายน้ำของกทม. ยังคงทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่อุโมงค์นั้น จะต้องลำเลียงน้ำสู่ระบบท่อระบายน้ำ ผ่านคลองย่อยและคลองสายหลัก สู่อุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อดึงน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลา แต่เนื่องจากท่อระบายน้ำกทม. สามารถรับน้ำฝนในปริมาณไม่เกิน60 มิลลิเมตร อีกทั้งยังมีเศษขยะ เศษไม้ อุดตันหน้าตะแกรงท่อระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวกและใช้เวลาในการระบายน้ำนานขึ้น รวมถึงปัญหาดินทรุดตัว ทำให้ท่อระบายน้ำที่เคยวางแนวไว้มีลักษณะตกท้องช้าง

นอกจากนี้ กทม.ยังมีปัญหาเฉพาะด้านกายภาพ คือ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังได้ง่าย ทำให้ใช้ระยะเวลาในการระบายน้ำแตกต่างกัน เช่น บริเวณ ถนนเพชรเกษม ถนนศรีอยุธยา ถนนเพชรบุรี ถนนมหาราชและถนนรามคำแหง ซึ่งกทม. ได้แก้ไขโดยทำเป็นระบบปิดล้อมแล้วสูบน้ำออกจากพื้นที่ ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร เตรียมปรับปรุงขนาดท่อระบายน้ำให้สามารถรับน้ำฝนได้เพิ่มขึ้นจาก60 มิลลิเมตร เป็น 80-100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำให้มากขึ้น ซึ่งต้องรื้อผิวถนนและวางท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมด ทำให้ย่านใจกลางเมืองทำได้ยาก แต่คาดว่าจะนำร่องการปรับปรุงท่อระบายน้ำในพื้นที่ที่การขยายตัวของเมืองยังไม่มาก เช่น ย่านรามอินทรา และบางเขน

ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานคร จะประชุมร่วมกับกรมชลประทานทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด และจะประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้ประสานความร่วมมือในการรักษาระดับน้ำบริเวณด้านนอกและด้านในของประตูระบายน้ำทุกจุด เพื่อเพิ่มพื้นที่และเป็นแก้มลิงในการรับน้ำฝนได้มากขึ้น


กลับขึ้นด้านบน