2 หน่วยงานร่วมผลิตยา"ซูโดอีเฟดรีน" ป้องกันนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

2 หน่วยงานร่วมผลิตยา"ซูโดอีเฟดรีน" ป้องกันนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

2 หน่วยงานร่วมผลิตยา"ซูโดอีเฟดรีน" ป้องกันนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

รูปข่าว : 2 หน่วยงานร่วมผลิตยา"ซูโดอีเฟดรีน" ป้องกันนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

2 หน่วยงานร่วมผลิตยา ความร่วมมือในการผลิตยาซูโดอีเฟดรีนระหว่างองค์การเภสัชกรรมและโรงงานเภสัชกรรมทหาร จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนยาซูโดอีเฟดรีนและป้องกันการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยล็อตแรกจะผลิตได้ในเดือน ต.ค.นี้ จำนวน 10,000,000เม็ด โดยสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ขายซูโดอีเฟดรีนสูตรเดี่ยว สามารถติดต่อสั่งซื้อได้จาก 2หน่วยงานนี้เท่านั้น


สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมกับองค์การเภสัชกรรมและโรงงานเภสัชกรรมทหาร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตยาซูโดอีเฟดรีนสูตรเดี่ยว โดยจะควบคุมกระบวนการผลิตและส่วนประกอบในตำรับให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การผลิตของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายซูโดอีเฟดรีนสูตรเดี่ยว เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตมีไว้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์และต้องกำหนดมาตรฐานเข้มงวดในการขาย เช่นต้องได้รับคำขอซื้อฉบับตัวจริงลงนามโดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตก่อนขายยาทุกครั้ง ผู้ผลิตต้องจัดทำบัญชีรับ-จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตทุกครั้ง

ขณะที่ นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ระบุว่าการร่วมมือของ 2 หน่วยงานจะผลิตยาในลักษณะเม็ดขนาด 30 มก.และขนาด 60 มก. ซึ่งล็อตแรกจะผลิตในเดือน ต.ค.นี้ ประมาณ 10,000,000 เม็ด โดยจะควบคุมการจำหน่ายอย่างเข้มงวด ที่ผ่านมา การควบคุมอย่างจริงจังทำให้ปริมาณการใช้ยาชนิดนี้ลดลง จึงเชื่อว่าการผลิตของ 2 หน่วยงานจะเพียงพอต่อความต้องการ

สำหรับการผลิตครั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนยาซูโดอีเฟดรีนและป้องกันการรั่วไหลนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ขายซูโดอีเฟดรีนสูตรเดี่ยว สามารถติดต่อสั่งซื้อได้จาก 2 หน่วยงานนี้เท่านั้น

ขณะเดียวกัน อย.ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา "ซิเดนาฟิล" ซึ่งองค์การเภสัชกรรม ผลิตขึ้นเพื่อรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย ที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า "ซิเดกร้า" ที่มีราคาถูกกว่ายาต้นแบบในต่างประเทศถึง 10 เท่า โดยบรรจุแผงละ 4 เม็ด มี 2 ขนาด คือ 50 มก. ราคา 100 บาท และ 100 มก. ราคา 180 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายได้ในเดือน ต.ค.นี้ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยากลุ่มนี้ได้มากขึ้น ทั้งนี้กำหนดให้ร้านขายยาแผนปัจจุบันจ่ายยาดังกล่าวได้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น


กลับขึ้นด้านบน