กรมอุตุฯคาดการณ์เกิดฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทย

กรมอุตุฯคาดการณ์เกิดฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทย

กรมอุตุฯคาดการณ์เกิดฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทย

รูปข่าว : กรมอุตุฯคาดการณ์เกิดฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทย

กรมอุตุฯคาดการณ์เกิดฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทย ในช่วง 1-2 วันนี้ มีการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะเกิดฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ทั้งภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครที่สำนักการระบายน้ำยอมรับว่า หากฝนตกมากกว่า 60 มิลลิเมตรต่อวินาที กรุงเทพฯต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปไว้ยังมีอยู่ 9 จังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคตะวันออกขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง โดยในตำบลศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ยังคงมีระดับน้ำสูง แม้แนวโน้มจะทรงตัวก็ตาม ขณะที่ชาวบ้านบางส่วน กล่าวว่า เริ่มปรับกับสภาพความเป็นอยู่ได้มากขึ้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานยังคงต้องระดมกำลังเข้าไปช่วยช่วยเหลือ ส่วนความเสียหายล่าสุดมีพื้นที่ 9 ตำบล 94 หมู่บ้านได้รับผกระทบ ขณะที่พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวเสียหายไปแล้วกว่า 20,000 ไร่

ส่วนระดับน้ำในตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลัง และอุปกรณ์เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในอำเภอศรีมหาโพธิได้บางส่วน ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมแล้ว โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งให้เร่งสำรวจความเสียหายพร้อมกำชับให้หามาตรการช่วยเหลือแล้ว

ขณะที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังเงียบเหงามานานหลายวัน โดยมีชาวกัมพูชาหลายพันคนเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือ รวมทั้งคณะนักท่องเที่ยวไทยเดินทางข้ามแดนไปเที่ยวนครธม - นครวัด มากขึ้น ส่วนในเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ การคมนาคมสะดวกมากขึ้น ร้านค้าตลาดโรงเกลือเปิดเต็มหมด 100 เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวพากันมาจับจ่ายอย่างคึกคักเหมือนเดิม

ขณะที่สถานการณ์ทางภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน ชาวบ้านชุมชนชอนตะวัน ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ต้องย้ายไปอาศัยเต็นท์บนถนนเป็นที่พักพิงชั่วคราว และนำหมูขึ้นมาเลี้ยงบนถนน หลังน้ำจากคลองขนมจีน คลองสาขาของแม่น้ำปิง ซึ่งไหลมารวมกับน้ำป่าจากอำเภอลาดยาวได้หลากเข้าท่วมพื้นที่มานานหลายสัปดาห์ โดยมีรายงานว่าขณะนี้อากาศที่ร้อนจัดในช่วงกลางวัน และมีฝนตกช่วงกลางคืน ทำให้หมูตายไปแล้วหลายตัว ขณะที่น้ำเริ่มเน่า และส่งกลิ่นเหม็นแล้ว

ส่วนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านกุดตากล้า ตำบลสงเปลือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เข้าสำรวจบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้หลังคาบ้านของชาวบ้านปลิวหายจำนวน 10 หลัง แรงลมยังพัดต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านของชาวบ้านได้รับความเสียหาย 1 หลัง ล่าสุด ทางอำเภอคำเขื่อนแก้วได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

สำหรับการเตรียมรับมือฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าหากมีฝนตกหนักมากกว่า 60 มิลลิเมตรต่อวินาที มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เนื่องจากระบบระบายน้ำรองรับได้จำกัด

ขณะที่หลายหน่วยงานได้ประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ในจุดเสี่ยงหลายจุด เช่น กองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดเฝ้าระวังสถานการณ์จุดเสี่ยง 21 จุดที่อาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง และนำไปสู่ปัญหาจราจร เช่น ถนนวิภาวดีขาออก บริเวณสโมสรทหารบก และทางขึ้นลงทางด่วนดินแดงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเตือนจุดเสี่ยงมากถึง 35 จุด ทั้งในเขตพื้นที่ชั้นใน อย่างลานพระราชวังดุสิต ถนนราชวิถี ถนนสามเสน ถนนเพชรบุรี ถนนพญาไท รวมไปถึงเขตพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของการจราจร เช่นที่ถนนประดิพันธ์ ย่านรัชดาภิเษก แยกเกษตรศาสตร์ ถนนงามวงศ์วาน รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯอีกหลายจุด

ส่วนภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุเบื้องต้นว่ายังมี 9 จังหวัดได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ ปราจีณบุรี สระแก้ว สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และนครปฐม รวม 30 อำเภอ 230 ตำบล 1,332 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 63,035 ครัวเรือน มากกว่า 150,000 คน
 


กลับขึ้นด้านบน