"Go Grandriders" แก๊งซิ่งวัยชราในใต้หวัน แรงบันดาลใจของคนทั่วเอเชีย

"Go Grandriders" แก๊งซิ่งวัยชราในใต้หวัน แรงบันดาลใจของคนทั่วเอเชีย

"Go Grandriders" แก๊งซิ่งวัยชราในใต้หวัน แรงบันดาลใจของคนทั่วเอเชีย

รูปข่าว : "Go Grandriders" แก๊งซิ่งวัยชราในใต้หวัน แรงบันดาลใจของคนทั่วเอเชีย

กิจกรรมของแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่เรียกรอยยิ้ม และ สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนไม่น้อย เมื่อกลุ่มผู้ชราชาวไต้หวันลุกขึ้นมาพิชิตความบกพร่องของร่างกายด้วยการตั้งกลุ่มขี่รถสกู๊ตเตอร์ท่องไปตามถนนรอบเกาะไต้หวัน มีเบื้องหลังประทับใจจากการเดินทางครั้งนี้

   

การต้องอยู่เพื่อเฝ้ามองคนที่เคยผูกพันจากลาไปทีละคน หรือ รอวันที่ร่างกายร่วงโรยเผชิญกับโรคภัยที่รุมเร้าอาจไม่ใช่ด้านที่สวยงามของการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่กับ 5 หนุ่มใหญ่วัยเกษียณกลับไม่นำความชรามาเป็นอุปสรรคที่จะลุกขึ้นมาซิ่งจักรยานยนต์รอบเกาะไต้หวัน ระยะทาง 1,000 กิโลเมตรในเวลา 13 วันที่ต้องใช้ชีวิตบนท้องถนน คือ บททดสอบถึงความตั้งใจของคนทั้ง 5 ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ คือ การสานต่อความฝันซึ่งกันและกัน

เนื้อหาประทับใจในโฆษณาที่ได้รับกล่าวขวัญในไต้หวัน ซึ่งเรื่องราวของนักซิ่งวัยชราตัวจริงที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับโฆษณาสุดดัง นำมาเผยแพร่ในรูปแบบสารคดี เพื่อให้ผู้ชมได้ซึมซับการเดินทางของนักซิ่งสูงวัยที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วเอเชีย

Go Grandriders คือสารคดีที่ตามติดเรื่องราวการรวมตัวของคุณปู่ 16 คน และ คุณย่า 1 คน ที่เปลี่ยนกิจกรรมของเพื่อสุขภาพของศูนย์สังคมสงเคราะห์ผู้ชราไต้หวัน ไปสู่การขี่รถสกู๊ตเตอร์รอบเกาะไต้หวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งคณะเดินทางซึ่งมีอายุเฉลี่ย 81 ปี ต่างมีปัญหาทางสุขภาพทั้งข้อเสื่อม, โรคหลอดเลือดหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, ปัญหาด้านการได้ยิน และโรคมะเร็ง แต่การเตรียมร่างกายก่อนถึง 6 เดือนทำให้การเดินทางจบลงด้วยความสำเร็จ

สารคดีทุนสร้างเพียง 100,000 กว่าบาทนี้ เป็นผลงานชิ้นแรกของ หัวเทียนโห ผู้กำกับที่ใช้กล้องเพียง 2 ตัวตลอดทั้งการเดินทาง จากเดิมที่จะสร้างเป็นหนังสั้นเพียง 15 นาที แต่เบื้องหลังการเดินทางที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาประทับใจ ทำให้ผลงานถ่ายทอดเป็นสารคดีขนาดยาว ทั้งการรักษาคำสัญญาของผู้เฒ่าในการพาภรรยาผู้จากไปมาร่วมเดินทางอีกครั้ง ด้วยการนำภาพถ่ายของเธอมาอยู่ร่วมตลอดเส้นทาง หรือ การพบกันของอดีตศัตรูในสงครามระหว่างไต้หวันและญี่ปุ่นที่กลับมาสานมิตรภาพในการเดินทางครั้งนี้

โดย หว่องชุงเทียน หัวหน้ากลุ่มวัย 88 ปีเผยว่า ความเครียดก่อนการเดินทางทำให้เขานอนไม่หลับ จนตกสกูตเตอร์เพราะหลับใน แต่การบาดเจ็บเล็กน้อยก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะพาลูกทีมประสบความสำเร็จในการเดินทางครั้งนี้

แม้มีรถยนต์คอยนำเส้นทางอยู่ที่หัวและท้ายขบวน แต่ตลอดการเดินทางพวกเขาต้องผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวตามไหล่เขา และความยากลำบากในการเดินทางยามค่ำคืน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากเส้นทางของชีวิตมนุษย์ เพราะไม่ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคแค่ไหน เราต้องเดินหน้าเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย


กลับขึ้นด้านบน