น้ำท่วมใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเริ่มคลี่คลาย

น้ำท่วมใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเริ่มคลี่คลาย

น้ำท่วมใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเริ่มคลี่คลาย

รูปข่าว : น้ำท่วมใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเริ่มคลี่คลาย

น้ำท่วมใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเริ่มคลี่คลาย สถานการ์ณน้ำท่วมเขตอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เริ่มคลี่คลายแล้ว หลังจากถูกน้ำป่าจากฝนที่ตกหนัก ไหลทะลักเข้าท่วมเมื่อช่วงเช้าวานนี้

ระดับน้ำที่ท่วมขังบริเวณวัดท่ากระดาน หมู่ 4 ตำบลบางละมุง เขตอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เริ่มคลี่คลายแล้ว โดยวันนี้ (1 ต.ค.) น้ำเริ่มไหลออกลงทะเลได้ ทำให้บางจุดเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ มีเพียงพื้นที่ลุ่มเท่านั้นที่ยังท่วมขังอยู่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาช่วยระบายน้ำ พร้อมกับตั้งศูนย์ช่วยเหลือให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดอ่างทอง เตรียมสร้างเขื่อนเรียงหินถาวรตลอดแนวสองฝั่ง เนื่องจากสภาพตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่เขตอำเภอไชโย จนกระทั่งถึงเขตอำเภอเมืองอ่างทอง ที่ทรุดตัวหลายจุด ซึ่งนอกจากป้องกันการทรุดตัวแล้วยังเป็นแนวกั้นน้ำช่วงน้ำหลากด้วย

เช่นเดียวกับจังหวัดสิงห์บุรี ถนนอยู่ติดริมแม่น้ำน้อยใน อ.พรหมบุรี, อ.ท่าช้าง และ อ.บางระจัน หลายจุดทรุดตัวเช่นกัน จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศห้ามผ่าน โดยเฉพาะอำเภอบางระจันที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด บางแห่งทั้งบ้านและถนนทรุดเสียหายไปพร้อมๆ กัน

ขณะที่น้ำป่าที่ไหลทะลักมาจาก อำเภอห้วยกระเจา และอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ทะลักเข้าท่วมไร่อ้อย นาข้าว และบ้านเรือนประชาชน ในตำบลบ้านโข้ง และตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วหลายร้อยไร่เมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) ทำให้วันนี้ชาวบ้านบางส่วน ตัดสินใจเกี่ยวข้าวก่อนกำหนดเพื่อปัองกันความเสียหาย

ส่วนภาคเหนือยังคงมีน้ำท่วมขังในจังหวัดพิษณุโลก ที่ อ.พรหมพิราม, อ.เมืองบางส่วน และ อ.บางระกำ ระดับน้ำเริ่มลดลง ส่วนที่จังหวัดพิจิตรน้ำยังท่วมใน 4 อ.คือสามง่าม, อ.โพธิ์ประทับช้าง, อ.บึงนาราง และ อ.เมืองพิจิตร ระดับน้ำทรงตัว ซึ่งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะที่ตำบลรังนก อ.สามง่าม การจัดงานพิธีต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากหมู่บ้านกว่าร้อยละ 70 ถูกน้ำท่วมทั้งหมด

ต่างกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ต้องจับกุ้งออกขายนอกฤดูกาลเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง หลังเขื่อนลำปาวประกาศให้เกษตรกรหยุดการขยายพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้เขื่อนมีปริมาณน้ำเหลือเพียงร้อยละ 21 หรือประมาณ 500 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดว่าจะมีความรุนแรง และยาวนานที่สุดในรอบ 20 ปี

ขณะที่จังหวัดเลย กลับมีหมอกลงจัดในตอนเช้าทำให้ประชาชนที่สัญจรผ่านในเขตเทศบาลเมืองเลย และถนนเส้นหลักที่เชื่อมไปยัง อ.ภูเรือ, อ.เชียงคาน และ อ.วังสะพุง ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากมีทัศนวิสัยการมองเห็นเพียง 200 เมตร


กลับขึ้นด้านบน