สำรวจกทม.-กรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อ รับมือฝนตกหนัก

สำรวจกทม.-กรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อ รับมือฝนตกหนัก

สำรวจกทม.-กรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อ รับมือฝนตกหนัก

รูปข่าว : สำรวจกทม.-กรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อ รับมือฝนตกหนัก

สำรวจกทม.-กรมราชทัณฑ์ ขุดลอกท่อ รับมือฝนตกหนัก หลังจากที่กรมราชทัณฑ์ขุดลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพบว่ามีถุงกระสอบทรายและก้อนหินขนาดใหญ่อุดตันในท่อระบายน้ำ นำมาซึ่งปัญหาการตอบโต้กันระหว่างพรรคเพื่อไทยและผู้บริหารกรุงเทพมหานครว่า มีการลอกท่อระบายน้ำจริงหรือไม่

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งเขตมีนบุรีและเขตบางกะปิ ที่ถูกระบุว่าพบกระสอบทราย ปรากฏว่า ชาวบ้านที่อาศัยในละแวกนั้น ยืนยันว่าไม่มีกระสอบทราย แต่พบว่ามีก้อนหินที่คล้ายเศษปูน อุดตันท่อระบายน้ำบริเวณถนนพหลโยธินจริง

ปัญหาการพบกระสอบทรายในท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคกว่า 100 ลูกในเขตมีนบุรี ที่เป็นข่าวตอบโต้กันไป-มาระหว่างพรรคเพื่อไทยกับผู้บริหารกรุงเทพมหารคร โดยเฉพาะการระบุในหน้าเฟสบุ๊คส่วนตัวของนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ซึ่งตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนกระสอบทรายที่มีน้ำหนักมาก จะสามารถลอยตามน้ำลงไปอุดตันในท่อ ตามคำกล่าวอ้างของกรมราชทัณฑ์ ที่ขุดลอกท่อระบายน้ำจริงหรือไม่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดที่พบกระสอบทรายอยู่ในท่อระบายน้ำ ที่บริเวณแยกลำสาลี เขตบางกะปิ ตามคำชี้แจงของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งไม่ใช่ที่เกียวกันกับเขตมีนบุรี ตามที่ถูกระบุในข่าวนั้น ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้สอบถามชาวบ้านที่อาศัยในละแวกแยกลำสาลี ซึ่งให้ข้อมูลว่า วันที่เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มาขุดลอกท่อระบายน้ำ พบเพียงเศษขยะ ใบไม้ ดินโคลน แต่ไม่พบถุงกระสอบทราย

ไทยพีบีเอส ยังตรวจสอบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา เขตบางกะปิ พบว่า กรมราชทัณฑ์ เข้ามาช่วยกรุงเทพมหานครดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำในจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้กรมราชทัณฑ์เข้าไปช่วยแก้ปัญหาการระบายน้ำของกทม. โดยกำหนดจุดลอกท่อระบายน้ำทั้งหมด 32 จุด แต่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการเพียง 7 จุด ซึ่งไม่ได้อยู่ในจุดที่กทม.กำหนดไว้ รวมถึงบริเวณแยกลำสาลีแห่งนี้

ขณะที่บริเวณฝั่งขาออก ถนนพหลโยธิน ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่ระบุว่า พบก้อนหินขนาดใหญ่กว่า 10 ก้อน ซึ่งกรมราชทัณฑ์คาดว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างถนน นำแท่งปูนมาทิ้งไว้ตามท่อน้ำ หลังก่อสร้างเสร็จสิ้น ไทพพีบีเอสจึงสอบถาม พนักงานกวาดขยะกทม. และพ่อค้าที่ขายของละแวกนี้ ซึ่งบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าจะเป็นผู้รับเหมา ที่นำวัสดุก่อสร้างมาทิ้งลงท่อระบายน้ำ และเมื่อกรมราชทัณฑ์มาลอกท่อ ทำให้น้ำระบายได้ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้ที่กระสอบทรายจะค้างท่อระบายน้ำจากน้ำท่วมปลายปีที่แล้ว และกระสอบทรายน่าจะอยู่ในสภาพที่ฉีกขาด หรือ เปื่อยยุ่ยมากกว่าที่จะเห็นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และแถบเป็นไปไม่ได้ที่กระสอบทราย จะไหลตามกระแสน้ำ ยกเว้นน้ำไหลเชี่ยวและมีความลาดชันของท้องน้าสูง เพราะกระสอบทราย 1ลูกมีน้ำหนักมากถึง 30-50 กิโลกรัม

แม้ขณะนี้ จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า มีถุงกระสอบทรายเข้าไปอุดตันในท่อระบายน้ำจริงหรือไม่ หรือหากมีจริงเป็นฝีมือใคร ที่พยายามดิสเครดิตการเมืองฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่ชาวกรุงเทพมหานคร ต้องการเรียกร้องคือ การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขุดลอกท่อ จะต้องช่วยกันเอาสิ่งที่กีดขวางทางน้ำออกไป เพื่อรับมือกับน้ำฝนที่จะตกหนักในอีก 3-4วันข้างหน้านี้


กลับขึ้นด้านบน