หลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือ "พายุแกมี"

หลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือ "พายุแกมี"

หลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือ "พายุแกมี"

รูปข่าว : หลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือ "พายุแกมี"

หลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือ วันนี้ (5ต.ค.55) เป็นวันแรกที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคเหนือตอนล่าง จะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุม ซึ่งทำให้มีในตกหนักในหลายพื้นที่ และพายุโซนร้อนแกมี จะมีอิทธิพลต่อภาคดังกล่าวในค่ำวันพรุ่งนี้ (6ต.ค.55) ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกันน้ำท่วม/ขณะที่ประธานคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมระบายน้ำในพื้นที่ปลายน้ำ ระบุว่าจะต้องรอประเมินสถานการณ์การเคลื่อนตัวของพายุแกมีในวันที่ 7 ตุลาคมอีกครั้ง

เกือบตลอดทั้งวัน มีฝนหนักและมีลมกรรโชกแรงในในหลายพื้นที่ของจ.นครราชสีมา จากอิทธิพลของร่องมรสุม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย วันละกว่า 2.7 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังน้ำเหนือไหลเข้าอ่าง ถึงวันละ 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเจ้าหน้าที่พยายามรักษาระดับน้ำอยู่ที่ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่มั่นใจว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน

ส่วนหลายจังหวัดในภาคเหนือก็เริ่มมีฝนตกหนักในบางพื้นที่และมีน้ำท่วมขัง เช่น จ.พิษณุโลกและจ.พิจิตร ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งลอกท่อระบายน้ำในชมุชน

ขณะที่เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง ได้เร่งพร่องน้ำลงสู่แม่น้ำวัง ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ที่อาจเกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนแกมี เนื่องจากน้ำในเขื่อนมีมากถึงร้อยละ 78 โดยเหลือพื้นที่รับน้ำเพียง 17 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

   

ส่วนที่จ.ตรังและจ.สงขลา มีฝนตกหนักเกือบตลอดทั้งวัน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการติดตามปริมาณน้ำฝนในพื้นที่

เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพระโขนงและทหารจากกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ที่ 29 เร่งกำจัดผักตบชวา ตลอดคลองบ้านหลาย ความยาว 3,400 เมตร เพื่อเปิดทางน้ำไหล ระบายลงสู่คลองพระโขนงและแม่น้ำเจ้าพระยา  โดยนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ผู้อำนวยการเขตพระโขนง บอกว่าบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมขัง ซึ่งมีจำนวน 2 จุด คือ บริเวณตลาดบางจาก ช่วงถนนสุขุมวิท 93-97และหมู่บ้านเมืองทอง 4 เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองสาขา

ขณะที่สำนักการระบายน้ำ ได้พร่องน้ำในคลองสายหลัก อย่างคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองบางเขน ตามแต่ละพื้นที่ เพื่อพร้อมรับกับปริมาณน้ฝนที่อาจจะตกหนัก และไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังนานไว้พร้อมแล้ว

ที่ประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมระบายน้ำในพื้นที่ปลายน้ำ หารือแผนรับมือพายุแกมี เพื่อเตรียมเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนที่อาจจะตกหนักมากในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 5 ถึง 11 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะวันที่ 8 ตุลาคม จะมีฝนตกหนักมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ครั้งแรก

   

เพราะขณะนี้ทิศทางพายุแกมีได้เคลื่อนตัวต่ำลงและมีแนวโน้มเข้าสู่อ่าวไทย ซึ่งต้องเฝ้าระวังและประเมินอีกครั้งในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ และคาดว่าฝนในกทม.อาจจะตกหนักเพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน แต่ปริมาณน้ำฝนในบางพื้นอาจมากถึง 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

ขณะนี้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมระบายน้ำในพื้นที่ปลายน้ำ ได้พร่องน้ำในคลอง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ครบทุกจุดแล้ว ขณะที่น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

แต่ยังมีจุดเสี่ยงน้ำท่วม บริเวณคอขวดใต้แยกรัชวิภา ที่ยังมีตอหม้อและสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ เกือบร้อยละ 70 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งเพิ่มอีก ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเตรียมประกาศเพิ่มจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมอีก 3จังหวัดได้แก่ เพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประกาศไปแล้ว 30 จังหวัด

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ กับกองบัญชาการตำรวจทั่วประเทศเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนแกมี โดยสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและให้รายงานผลมายังศูนย์ปฏิบัติการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

   

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครสั่งการให้เตรียมกำลังพล รถยกสูง เรือท้องแบนและเสื้อชูชีพ ออกช่วยเหลือประชาชนตลอด24ชั่วโมง รวมทั้งเข้มงวดดูแลปัญหาอาชญากรรม รวมถึงดูแลปัญหาจราจรในช่วงฝนตกหนัก


กลับขึ้นด้านบน