1 ปีนิคมอุตสาหกรรม"อยุธยา-ปทุมธานี"หลังน้ำท่วม

1 ปีนิคมอุตสาหกรรม"อยุธยา-ปทุมธานี"หลังน้ำท่วม

1 ปีนิคมอุตสาหกรรม"อยุธยา-ปทุมธานี"หลังน้ำท่วม

รูปข่าว : 1 ปีนิคมอุตสาหกรรม"อยุธยา-ปทุมธานี"หลังน้ำท่วม

 1 ปีนิคมอุตสาหกรรม อิทธิพลร่องมรสุมและพายุที่ทำให้มีฝนตกหนักในเวลานี้ อาจสร้างความไม่สบายใจและทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์อุทกภัยในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรมใน จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยาที่เผชิญน้ำท่วมหนัก ผ่านมาแล้ว 1 ปี การฟื้นตัวของโรงงานคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 80 แต่ยังมีปัญหาอื่นที่ต้องเผชิญ

                                            
นับตั้งแต่ 4 ต.ค.54 น้ำเข้าท่วมเต็มพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครเป็นแห่งแรก ต่อด้วยเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ,นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน, ไฮเทค, เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และสวนอุตสาหกรรมนวนคร และนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี

เวลาเพียง 16 วัน 839 โรงงาน จมอยู่ในกระแสน้ำทั้งหมด มูลค่าความเสียหายทางตรงและทางอ้อมประมาณ 400,000 ล้านบาท ไม่นับรวมระบบห่วงโซ่การผลิตต่อเนื่อง ที่ต้องหยุดกิจการตามไปด้วยเพราะขาดชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากโรงงานที่ถูกน้ำท่วม ทั้งกลุ่มยานยนต์ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

เพื่อป้องการเหตุซ้ำรอย รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 3,800 ล้านบาท หรือ 2 ใน 3 เพื่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมให้กับ 6 นิคมอุตสาหกรรม ขณะนี้การก่อสร้างสำเร็จตามเป้าหมาย และทดสอบความแข็งแรงแล้ว 5 แห่ง เว้นแต่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ที่สร้างเขื่อนกั้นน้ำชั่วคราวแทน

ครบ 1 ปีกับเหตุการณ์น้ำทะลักท่วมนิคมอุตสาหกรรม ล่าสุด โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม กลับมาดำเนินงานได้แล้ว 648 ราย หรือประมาณร้อยละ 80 ของจำนวนทั้งหมด ส่วนที่เหลือยังมีปัญหาการเคลมประกันและรอเครื่องจักรใหม่ และมี 68 โรงงานที่ปิดตัวและย้ายออกนอกพื้นที่ เว้นแต่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครที่กลับมาเปิดได้เพียงครึ่งหนึ่ง
 
นอกจากนี้ทุกนิคมอุตสาหกรรมยังซักซ้อมและเตรียมแผนตอบโต้ภาวะน้ำท่วมอย่างรัดกุม ขณะเดียวกันโรงงานต่างตื่นตัวกับการเฝ้าระวัง และร่วมมือกันป้องกันไม่ให้น้ำท่วมซ้ำ การเตรียมการทั้งหมด ได้เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับโรงงานในพื้นที่

แม้ปัญหาเฉพาะจะสามารถป้องกันได้ แต่ผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ระบุถึง แนวโน้มปัญหาในระยะกลาง การลงทุนและการขยายโรงงานอาจชะลอตัว สำหรับพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี

หลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลายหลายโรงงานปรับตัว ย้ายฐานการผลิตไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้อยกว่า เช่น จ.นครราชสีมา จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ขณะที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยังไม่มีนโยบายขยายพื้นที่อุตสาหกรรมใน จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยาเพิ่มเติม แต่มุ่งเป้าหมายไปที่การรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการลงทุนในพม่า จึงเตรียมเปิดนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและที่ จ.กาญจนบุรีแทน


กลับขึ้นด้านบน