"ปลอดประสพ-สุรพงษ์"ยันรบ.หนุนโครงการวิจัยอากาศของนาซ่า

"ปลอดประสพ-สุรพงษ์"ยันรบ.หนุนโครงการวิจัยอากาศของนาซ่า

"ปลอดประสพ-สุรพงษ์"ยันรบ.หนุนโครงการวิจัยอากาศของนาซ่า

รูปข่าว : "ปลอดประสพ-สุรพงษ์"ยันรบ.หนุนโครงการวิจัยอากาศของนาซ่า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยืนยันในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนว่า รัฐบาลยังคงสนับสนุนโครงการศึกษาวิจัยชั้นบรรยากาศร่วมกับนาซ่า โดยใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาในปีหน้า พร้อมย้ำว่าเป็นความสนใจร่วมกันของนักวิชาการในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เพราะสหรัฐฯร้องขอฝ่ายเดียว

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงในรายการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนถึงกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ นาซ่า ขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาศึกษาวิจัยชั้นบรรยากาศ โดยย้ำว่าเป็นการเริ่มต้นและประสานงานต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ผ่านความร่วมมือของนักวิชาการนาซ่าและไทย รวมทั้งการประชุมร่วมกันของ 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายความมั่นคงและวิชาการ

แต่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการโครงการที่แลกเปลี่ยนกับการที่สหรัฐฯจะให้วีซ่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือกระทบกับประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการเล่นการเมืองมากเกินไป และต้องยุติโครงการ แต่ทางสหรัฐก็ยืนยันว่า จะขอใช้สนามบินอู่ตะเภาในปีหน้า หากได้รับงบประมาณศึกษาวิจัย และผ่านขั้นตอนการพิจารณาของไทยแล้ว

นายปลอด ยังระบุว่า นาซ่าวิจัยเรื่องนี้มา 10-11 ปี แล้ว โดยร่วมมือกับประเทศต่างๆ รวมถึงจีนและอินเดีย และเชื่อว่าไทยจะได้ประโยชน์จากการสร้างองค์ความรู้และเพิ่มความสามารถในการพยากรณ์อากาศ ซึ่งการที่นาซ่าเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ศึกษาวิจัย เพราะมีความเหมาะสม ทั้งความพร้อมของสนามบิน และสิ่งอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้นาซ่ายังสนใจศึกษาเกี่ยวกับไอเกลือจากทะเลที่มีปฏิกิริยาต่อเมฆทำให้เกิดฝนผลกระทบจากมลภาวะ และอิทธิพลของลมทะเล ซึ่งเครื่องบินที่ใช้บินสำรวจมีหลายแบบและเจ้าหน้าที่ไทยสามารถร่วมขึ้นบินได้ ส่วนเครื่องบินแบบอีอาร์-2 ที่เดิมถูกมองว่าใช้เป็นเครื่องบินจารกรรม ปัจจุบันใช้ในงานวิชาการแล้ว พร้อมยืนยันว่า โครงการดังกล่าวเป็นความสนใจของนักวิชาการในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่ทางสหรัฐฯร้องขอฝ่ายเดียว

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นห่วงผลกระทบด้านความมั่นคงของประเทศ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลต้องนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาตามมาตรา 190 และขณะนี้สถานะโครงการยังไม่ชัดเจน พร้อมเชื่อว่ารัฐบาลหวังผลทางการเมือง จึงขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใส


กลับขึ้นด้านบน