“ปลอดประสพ” เล็งทำหนังสือถึง กทม.ให้แจงกรณีใส่กระสอบทราบในท่อระบายน้ำ

“ปลอดประสพ” เล็งทำหนังสือถึง กทม.ให้แจงกรณีใส่กระสอบทราบในท่อระบายน้ำ

“ปลอดประสพ” เล็งทำหนังสือถึง กทม.ให้แจงกรณีใส่กระสอบทราบในท่อระบายน้ำ

รูปข่าว : “ปลอดประสพ” เล็งทำหนังสือถึง กทม.ให้แจงกรณีใส่กระสอบทราบในท่อระบายน้ำ

“ปลอดประสพ” เล็งทำหนังสือถึง กทม.ให้แจงกรณีใส่กระสอบทราบในท่อระบายน้ำ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับ กระสอบทรายใกล้ท่อระบายน้ำบนถนนศรีนครินทร์ เป็นของกรุงเทพมหานคร แต่เป็นมาตรการป้องกันน้ำล้นขึ้นมาบนถนน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เตรียมทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร ขอให้ชี้แจ้งกรณีดังกล่าว

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อตรวจท่อระบายน้ำต่างๆ จนกระทั่งพบกระสอบทรายจำนวนมากใกล้ท่อระบายน้ำ บริเวณถนนศรีนครินทร์ โดยระบุว่า จะทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ในฐานะเป็นเจ้าของกระสอบทราย ส่วนที่กรุงเทพมหานครออกมาอ้างว่าเป็นเทคนิคการบริหารจัดการน้ำ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรและเป็นการขัดคำสั่งรัฐบาล รวมถึงข้อตกลงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ระหว่าง กบอ. และ กทม. ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมขัง ส่งผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก พร้อมยืนยันว่าหากยังไม่ได้รับคำตอบ จากกทม.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ด้านม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวยืนยันว่า การพบกระสอบทรายประมาณ 100 ใบ ในท่อระบายน้ำนั้น เป็นการดำเนินการที่ กทม.ทำการอุดกั้นท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้ดินและทรายไหลลงไปอุดตันท่อระบายน้ำเป็นการชั่วคราว และกระสอบทรายที่นำไปอุดกั้นนั้นไม่ได้ลดศักยภาพการระบายน้ำในถนนศรีนครินทร์ พร้อมยืนยันว่า กระสอบทรายเป็นกรรมสิทธิ์และเครื่องมือของ กทม. หากจะทำการเคลื่อนย้ายขอให้มีการประสานกับ กทม.ก่อนที่จะทำการเคลื่อนย้าย

ทั้งนี้มีรายงานว่า ผู้บริหาร กทม.ได้พิจารณาและมีมติสั่งการให้สำนักการระบายน้ำ เข้าแจ้งความต่อตำรวจเพื่อเอาผิด นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่ร่วมกันกระทำการเปิดฝาท่อและรื้อย้ายกระสอบทรายของ กทม.ซึ่งใช้ในระบบการบริหารจัดการระบายน้ำบริเวณพื้นที่ปิดล้อม เป็นความผิดฐานละเมิด และข้อหาหมิ่นประมาท แจ้งความเท็จ สร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงของหน่วยงาน กทม. และข้อหาทำลายทรัพย์สินของทางราชการอีกกระทงหนึ่งด้วย


กลับขึ้นด้านบน