วิวาทะ "กทม.-กบอ." ปม "กระสอบทรายช่วยระบายน้ำ"

วิวาทะ "กทม.-กบอ." ปม "กระสอบทรายช่วยระบายน้ำ"

วิวาทะ "กทม.-กบอ." ปม "กระสอบทรายช่วยระบายน้ำ"

รูปข่าว : วิวาทะ "กทม.-กบอ." ปม "กระสอบทรายช่วยระบายน้ำ"

วิวาทะ กระสอบทรายในท่อระบายน้ำ กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง ระหว่างกบอ.ในฐานะฝ่ายรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ซึ่งการออกมาตอบโต้กัน และอ้างถึงเทคนิคการนำกระสอบทรายปิดล้อมพื้นที่แล้วสูบออก แต่ในขณะที่ ยังไม่มีการทดสอบให้เห็นว่า เทคนิคดังกล่าวแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ก็นำมาซึ่งความไม่มั่นใจของประชาชน

การตอบโต้กันระหว่างประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) และกรุงเทพมหานคร ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับการนำกระสอบทรายปิดปากท่อระบายน้ำเพื่อบล๊อกแล้วสูบน้ำออก ที่กทม.ระบุว่า เป็นเทคนิคบริหารจัดการน้ำ แบบปิดล้อมแล้วสูบออก นำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกทม. โดยต่างฝ่ายพยายามอ้างถึงเหตุผลในการบริหารจัดการน้ำท่วมขัง

   

โดยกทม.ยืนยันว่า เป็นอำนาจตามกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรายงานให้ กบอ.รับทราบทุกขั้นตอน ซึ่งถุงกระสอบทรายเป็นเทคนิคในการปิดล้อมพื้นที่แล้วสูบน้ำออก แต่เป็นการทำในลักษณะชั่วคราวในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขัง ซึ่งนอกจากบริเวณถนนศรีนครินทร์แล้ว กทม.ยังใช้เทคนิคนี้ในการระบายน้ำท่วมขังสูง 2 เมตรในซอยแอนเน็กซ์เมื่อปี 2554 ซึ่งสามารถระบายน้ำออกหมดภายในเวลา 3วันเท่านั้น

กระสอบทรายจึงเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่สำคัญที่กทม. เชื่อว่า จะช่วยระบายน้ำ ที่หลายประเทศใช้กัน เช่น ประเทศเนเธอแลนด์ กระสอบทรายจึงไม่ใช่อุปสรรคขวางทางน้ำอย่างที่ กบอ.และส.ส.บางคนของพรรคเพื่อไทยเข้าใจ และขณะนี้มีหลายพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขังที่ใช้เทคนิคนี้ พร้อมกันนี้ ยังเห็นว่าหาก กบอ.ต้องการให้กทม.ทำอะไร ก็สามารถประชุมกบอ.ไม่จำเป็นต้องวิจารณ์ผ่านสื่อ

   

ขณะที่ประธานกบอ.ไม่เชื่อว่า เทคนิคกระสอบทรายปิดล้อมแล้วสูบออก จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ จึงทำหนังสือถึง กทม.ให้ชี้แจงใน 3 ประเด็นว่าการใช้เทคนิคการบริหารจัดการน้ำในลักษณะนี้ ใช้หลักการใดมารองรับ และนำกระสอบทรายวางทำที่จุดใดบ้าง รวมถึงเคยประเมินผลจากการใช้กระสอบทรายปิดล้อมแบบนี้หรือไม่ พร้อมกับขู่หากไม่ชี้แจงจะมีความผิดทางวินัย และถ้าชี้แจงไม่ชัดเจน ก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปรื้อกระสอบทรายออกจากท่อระบายน้ำ

   

ด้านรศ.ทวิดา กมลเวชช นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การออกมาโต้ตอบระหว่างกันเป็นเรื่องของการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ขณะที่อีกฝ่ายเหมือนถูกจ้องจับผิด ซึ่งเปล่าประโยชน์ที่จะโยงให้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะท้ายที่สุดไม่สามารถระบุได้ว่า เทคนิคการระบายน้ำดังกล่าว ตอบโจทย์แก้ปัญหาน้ำท่วมขังได้จริงหรือไม่ ขณะเดียวกันก็สร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชน จึงเสนอให้ คนกลางอย่างวิศวกรรมศาสตร์ หรือนักวิชาการอิสระ ร่วมทดสอบระบบดังกล่าว และเห็นว่าทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือทำงานร่วมกันมากกว่าการจ้องจับผิด

 

ความขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ำท่วมของกบอ.ในฐานะตัวแทนรัฐบาลผ่านส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคน และกทม.ผ่านข้อความส่วนตัวทางเฟสบุคของรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ต่างตั้งข้อสังเกตเรื่องกระสอบทรายว่าเป็นการใส่ร้ายกันหรือแม้แต่จะช่วยระบายน้ำได้จริงหรือไม่ ล้วนเป็นคำกล่าวอ้าง และถูกผูกโยงให้กลายเป็นเรื่องการเมืองในท่อระบายน้ำ โดยหวังผลคะแนนนิยม ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในต้นปีหน้า

 


กลับขึ้นด้านบน