ผู้ส่งออกตั้งข้อสังเกตวิธีระบายข้าวแบบ"จีทูจี"

ผู้ส่งออกตั้งข้อสังเกตวิธีระบายข้าวแบบ"จีทูจี"

ผู้ส่งออกตั้งข้อสังเกตวิธีระบายข้าวแบบ"จีทูจี"

รูปข่าว : ผู้ส่งออกตั้งข้อสังเกตวิธีระบายข้าวแบบ"จีทูจี"

ผู้ส่งออกตั้งข้อสังเกตวิธีระบายข้าวแบบ แม้กระทรวงพาณิชย์จะยืนยันว่ารัฐบาลมีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีกว่า 7 ล้านตัน แต่เหตุผลที่ชี้แจงยังทำให้เกิดข้อสงสัยในหลายประเด็น ที่ทำให้หลายฝ่ายไม่สามารถเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งการปกปิดสัญญาซื้อขาย และการรายงานตัวเลขการส่งออกแบบจีทูจีที่ไม่ปรากฎในกรมการค้าต่างประเทศ และก็มีรายงานว่าประเทศผู้ซื้อบางรายก็ออกมาปฎิเสธการซื้อข้าวจากไทย

การประกาศระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ แบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี 7,320,000 ตัน จากโครงการรับจำข้าวปี 2554 / 2555 ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี (2555) ทั้งที่ไม่มีสัญญาณมาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึงที่มาที่ไป ซึ่งช่วงหลายวันนี้ ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันประสานเสียงว่ามีการระบายข้าวในสต็อกจริง
 
รัฐบาลระบุว่า ขณะนี้ได้ทยอยส่งมอบข้าวให้กับ 4 ประเทศ เช่น บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ไอเวอร์รี่โคสต์และจีน จากสัญญาซื้อขายข้าว 6 สัญญา แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเกรงกระทบความสัมพันธ์ และประเทศคู่แข่งจับตาการระบายข้าวที่เหลือของไทยอยู่ แต่ผู้ส่งออกหลายรายระบุว่า สัญญาซื้อขายข้าวเปิดเผยได้เนื่องจากประเทศผู้ซื้ออื่นก็เปิดเผย

พร้อมกันนี้ผู้ส่งออกยังอธิบายวิธีที่การขายข้าวในลักษณะ "จีทูจี" ที่กระทรวงพาณิชย์ อ้างว่า ขายแบบหน้าคลัง หรือ"เอ็กซ์แวร์เฮ้าส์" ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมอธิบายว่าเมื่อรัฐได้คำสั่งซื้อจะเปิดประมูลเป็นการทั่วไป ให้ผู้ส่งออกข้าวเป็นผู้ปรับปรุงข้าวก่อนส่งมอบ
 
นอกจากนี้ผู้ส่งออกและโรงเห็นตรงกันว่า เป็นไปได้ยากที่รัฐบาลจะสามารถขายได้ตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากมีข้อสังเกตในหลายจุด เช่น ความต้องการของประเทศผู้ซื้อลดลงและหันไปซื้อข้าวจากประเทศอื่น ไม่มีการรายงานตัวเลขการขายข้าวแบบจีทูจี ที่ต้องแยกตัวเลขของเอกชนและรัฐบาล ไม่มีการเคลื่อนไหวของบริษัทผู้เกี่ยวข้องกับการส่งมอบข้าว ทั้งบริษัทผลิตกระสอบ บริษัทเรือ และระบุว่าหากรัฐบาลขายข้าวได้จริงคงต้องขายในราคาต่ำเท่ากับประเทศคู่แข่ง หรืออาจมีเงื่อนไขอื่น ๆ ตามแต่จะตกลงกัน

ขณะเดียวกันมีรายงานของสื่อมวลชนต่างประเทศที่ทำให้เชื่อได้ว่า ไทยยังไม่สามารถส่งออกข้าวให้ประเทศอื่นๆ ได้ เช่น อินโดนีเซียที่ยังไม่มีแผนนำเข้าข้าวจนถึง เม.ย.ปีหน้า (2556) ส่วนฟิลิปปินส์ยังผลิตข้าวได้เพียงพอจึงจะลดการนำเข้าประมาณ 2 ใน 3

สอดคล้องกับสถิติที่ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่แจ้งว่า ยอดส่งออกข้าวตั้งแต่ม.ค.- ส.ค.ปีนี้ (2555) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (2554) พบว่าการส่งออกข้าวลดลง เช่นอินโดนีเซีย การส่งออกข้าวลดลงเหลือเพียง 300,000 ตัน ยอดรวมส่งออกข้าวลดลงถึงร้อยละ 56 เหลือส่งออกจนถึงขณะนี้


กลับขึ้นด้านบน