ตำนาน “กินเจ” เทศกาลที่คนไทยหันมาสนใจในอาหารเพื่อสุขภาพ

ตำนาน “กินเจ” เทศกาลที่คนไทยหันมาสนใจในอาหารเพื่อสุขภาพ

ตำนาน “กินเจ” เทศกาลที่คนไทยหันมาสนใจในอาหารเพื่อสุขภาพ

รูปข่าว : ตำนาน “กินเจ” เทศกาลที่คนไทยหันมาสนใจในอาหารเพื่อสุขภาพ

ตำนาน “กินเจ” เทศกาลที่คนไทยหันมาสนใจในอาหารเพื่อสุขภาพ การกินเจมีมานานกว่า 400 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลถือศีลกินผัก ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเทศกาลนี้มีขึ้นเพื่อรำลึกถึง วีรชน 9 คน ที่ต่อสู้กับแมนจูผู้รุกรานอย่างกล้าหาญ ขณะที่โพล ม.หอการค้าไทยชี้ เทศกาลกินเจปี 2555 จะมีเงินสะพัดกว่า 30,000 ล้านบาทสูงที่สุดในรอบ 5 ปี แสดงถึงความนิยมของคนไทยกับ อาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

คุณเตรียมล้างท้องหรือยัง?? การล้างท้องรับเทศกาลกินเจที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15-23 ตุลาคมที่จะถึงนี้ คนไทยเชื้อสายจีน จะเข้าร่วมประเพณีถือศีลกินเจ ซึ่งมีมาเวลายาวนาน สำหรับในปี 2555 นี้ ตามปฏิทินจีน จะเริ่มตั้งแต่ แรม 15 ค่ำ เดือน 10 ไปจนถึง ขึ้น 8 ค่ำเดือน 11 ซึ่งถ้านับตามไทยจะตรงกับวันที่ 15-23 ตุลาคม แต่บางคนอาจจะกินล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่าการล้างท้องนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันคนไทยนิยมทานเจมากขึ้นโดยสะท้อนจาก โพลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยว่า เทศกาลกินเจปี 2555 จะมีเงินสะพัดกว่า 30,000 ล้านบาทสูงที่สุดในรอบ 5 ปี

 
ทั้งนี้การกินเจจะรวมถึง การกินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากในทุกๆ วัน อาหารที่เรากินส่วนใหญ่ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสัตว์ต่างๆ ดังนั้นช่วงเวลาที่กินเจจึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่จะไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น
 
แต่ตามความเชื่อของคนจีนนั้นเชื่อว่า เทศกาลถือศีลกินเจเริ่มขึ้นมากว่า 400 ปี โดยชาวจีนกินเจ เพื่อเป็นการบำเพ็ญกุศล เพื่อรำลึกถึงวีรชน 9 คน ซึ่งเรียกว่า "หงี่หั่วท้วง” ซึ่งเป็นทหารชาวบ้านของจีนที่ต่อสู้ต้านทานกองทัพแมนจูอย่างกล้าหาญ ฝ่ายแมนจูมีปืนไฟของชาวตะวันตกที่ฝ่ายจีนไม่มี นักรบเหล่านี้จะประกอบพิธีนุ่งขาวห่มขาว ไม่กินเนื้อสัตว์ และผักที่มีกลิ่นฉุน และท่องบริกรรมคาถาตามความเชื่อของจีน ที่เชื่อกันว่าจะสามารถป้องกันปืนไฟได้ แต่ก็ไม่ประสบผล พอจีนพ่ายแพ้ต่อแมนจู ชายชาวจีนก็ถูกบังคับให้ไว้ผลอย่างชาวแมนจู ซึ่งสร้างความคับแค้นให้แก่ชาวจีนเป็นอย่างมาก ชาวจีนจึงทำตามเพื่อรำลึกถึงนักรบเหล่านี้ด้วยสำนึกในบุญคุณ ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยชำระจิตวิญญาณ เกิดความเข้มแข็งทางร่างกาย และจิตใจ และเพื่อแสดงถึงการตัดกิเลสจากโลกภายนอกจึงถือศีลกินเจ
 
โดยวิธีการปฏิบัติศีลกินเจคือ จะงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด เพราะจะไม่ทำร้ายสัตว์ไม่เบียดเบียนชีวิตของผู้อื่น, การรักษาศีล 5, รักษาพรหมจรรย์,ทำบุญทำทานแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ, รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์, แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีขาว และงดเว้นผักที่มีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นแรง เช่นหัวหอม, ผักชี,กระเทียม, กุยช่าย และใบยาสูบ เป็นต้น
 
เทศกาลถือศีลกินเจมีความหมายดังนี้ คำว่า “เจ” ในภาษาจีนทางพุทธศาสนานิกายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า “อุโบสถ” ดังนั้นการกินเจก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 โดยไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธนิกายมหายาน ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่า “กินเจ” จึงกลายเป็นการถือศีลกินเจ
 
ขณะที่ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่ากินเจ แต่นอกจากผู้รับประทานเจ หรือคนกินเจ จะกินแต่ผัก ไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว สิ่งสำคัญ ควรดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา และใจด้วย


กลับขึ้นด้านบน