ตร.สมุทรปราการ วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายชิงทอง ตาย 1 เจ็บ 1

ตร.สมุทรปราการ วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายชิงทอง ตาย 1 เจ็บ 1

ตร.สมุทรปราการ วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายชิงทอง ตาย 1 เจ็บ 1

รูปข่าว : ตร.สมุทรปราการ วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายชิงทอง ตาย 1 เจ็บ 1

ตร.สมุทรปราการ วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายชิงทอง ตาย 1 เจ็บ 1 ตำรวจจังหวัดสมุทรปราการ ปิดล้อมจับกุมผู้ก่อเหตุ 2 คน ที่ใช้อาวุธปืนจี้บังคับชิงทองรูปพรรณจากร้านค้าทอง น้ำหนักกว่า 100 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้าน โดย 1 ในคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม เนื่องจากใช้ปืนยิงใส่ตำรวจขณะเข้าจับกุม ส่วนอีกคนถูกยิงบาดเจ็บ

ตำรวจภูธรบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายปรีชา สิงห์หอย 1 ในผู้ก่อเหตุที่ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม หลังร่วมกับ นายอานนท์ แซ่ล้อ ใช้อาวุธปืนจี้บังคับชิงทองรูปพรรณจาก ร้านทองเยาวราช สาขา 8 ในซอยบางปูนคร ตำบลบางปูใหม่ ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีการจับกุม ระหว่างการหลบหนี นายปรีชา ใช้ปืนยิงใส่ตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนี ตำรวจจึงตัดสินใจยิงตอบโต้ถูกนายปรีชาเสียชีวิต ภายในซอยไม่มีชื่อตรงข้าม ตลาดนัดบางปูแลนด์ โดยในมือยังกำอาวุธปืนสั้นขนาด 11 มม.พร้อมกระเป๋าบรรจุทองรูปพรรณส่วนหนึ่งอยู่ ส่วนนายอานนท์ ถูกยิงบาดเจ็บ ตำรวจนำส่งโรงพยาบาลและอายัดตัว พร้อมจัดกำลังเฝ้าอย่างเข้มงวด ส่วนนายสมนึก จังพาณิชย์ อายุ 60 ปี อาสาสมัครจราจร สถานีตำรวจภูธรบางปู ที่ประสบเหตุ และพยายามเข้าสกัดจับ ถูกผู้ก่อเหตุยิงใส่ถึง 5 นัด เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบสวน นายสุวรรณ จูทะสมภากร อายุ 52 ปี เจ้าของร้านทอง เล่าว่า ขณะนั่งอยู่ในร้าน ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ซึ่งสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า สวมเสื้อเกราะกันกระสุนทับ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน ก่อนที่ผู้ที่นั่งซ้อนท้าย จะลงจากรถพร้อมชักปืนยิงใส่นายสมนึก อาสาสมัครจราจรที่เฝ้าร้านบาดเจ็บ จากนั้น จึงยิงปืนเข้ามาในร้าน 1 นัด พร้อมชิงทองรูปพรรณในตู้น้ำหนักราว 130 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ใส่กระเป๋าสะพาย ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ โทรศัพท์แจ้งตำรวจ จึงสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้

ขณะที่ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนมีการเตรียมการมาอย่างดี เนื่องจากสวมเสื้อเกราะกันกระสุน รวมถึงเตรียมการมาใช้อาวุธเป็นอย่างดี หลังเกิดเหตุ ตำรวจจึงประสานกำลังทุกฝ่าย ไล่ตามจับกุมด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุ และเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี มีการสัญจรหนาแน่น โดยตำรวจใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุตามนโยบายของ กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค1 ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา


กลับขึ้นด้านบน