ชาวเลหาดราไวย์ 9 คนถูกจับฐานจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์

ชาวเลหาดราไวย์ 9 คนถูกจับฐานจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์

ชาวเลหาดราไวย์ 9 คนถูกจับฐานจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์

รูปข่าว : ชาวเลหาดราไวย์ 9 คนถูกจับฐานจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์

ชาวเลหาดราไวย์ 9 คนถูกจับฐานจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ ครอบครัวชาวเลชุมชนหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต 9 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิมิลัน จับกุมขณะออกทำประมง เมื่อสัปดาห์ก่อน ยังไม่สามารถหาเงินประกันตัวได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินคดีว่า การจับสัตว์น้ำด้วยมือเปล่าเป็นการทำประมงแบบวิถีดั้งเดิม

ครอบครัวชาวเลชุมชนราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 9 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา จับกุมขณะดำน้ำทำประมงในเขตอุทยาน เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เตรียมหาแนวทางประกันตัว โดยขณะนี้ ชาวเลทั้ง 9 คน ถูกควบคุมที่เรือนจำอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งทั้งหมดถูกดำเนินคดี ข้อหาจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ ผิดพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ โดยมูลค่าของสัตว์น้ำที่ทำประมงครั้งนี้ ทำความเสียหายมูลค่ากว่า 12,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตั้งวงเงินประกันผู้ต้องหา คนละ 100,000 บาท แต่ศาล พิจารณาลดเงินประกัน เหลือคนละ 50,000 บาท ซึ่งทางครอบครัว ยอมรับว่า ไม่สามารถหาเงินประกันได้ และยืนยันว่า การทำประมงเป็นอาชีพตามวิถีชีวิตของชาวเล

ทั้งนี้ ชาวเล หรือ ชาวไทยใหม่ เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยตามเกาะแก่ง ชายฝั่งอันดามันมานานกว่า 300 ปี และทำประมงเป็นอาชีพหลัก ปัจจุบันมีการออกกฎหมายให้พื้นที่ทางทะเล อยู่ภายใต้การดูแลของภาครัฐ ซึ่งกฎหมายบางมาตรา ส่งผลกระทบต่อชาวเล ที่ดำรงชีวิตด้วยการจับสัตว์น้ำ  

คดีลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้น เมื่อเดือนธันวาคม 2553 โดยชาวเลอูรักราโว้ย 17 คน ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จับกุมขณะลำเลียงสัตว์น้ำขึ้นรถ ในจังหวัดตรัง ครั้งนั้น พนักงานสอบสวน และอัยการ สั่งไม่ฟ้อง เพราะเห็นว่า เป็นการใช้เครื่องมือดั้งเดิม คือ การดำน้ำจับหอยด้วยมือ จึงได้รับความคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรี รองรับการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลให้หากินในทะเล รวมทั้งผ่อนปรนให้ทำกินในเขตอุทยานได้


กลับขึ้นด้านบน