นักวิชาการวิจารณ์ ราคาประมูล 3จี - กสทช.ยันขั้นตอนโปร่งใส

นักวิชาการวิจารณ์ ราคาประมูล 3จี - กสทช.ยันขั้นตอนโปร่งใส

นักวิชาการวิจารณ์ ราคาประมูล 3จี - กสทช.ยันขั้นตอนโปร่งใส

รูปข่าว : นักวิชาการวิจารณ์ ราคาประมูล 3จี - กสทช.ยันขั้นตอนโปร่งใส

นักวิชาการวิจารณ์ ราคาประมูล 3จี - กสทช.ยันขั้นตอนโปร่งใส ภายหลังการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3 จี ผ่านพ้นไป แต่ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของราคาประมูล เนื่องจากว่าราคาต่ำที่ควรจะเป็น ซึ่งนักวิชาการสะท้อนว่านี่คือความล้มเหลวของการประมูล ขณะที่ กสทช. ยังคงยืนยันว่ากระบวนการประมูลเป็นไปตามขั้นตอนและโปร่งใส

รายได้จากการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการการโทรคมนาคมบนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ เพียงแค่ 41,625 ล้านบาท สูงกว่าราคาที่ตั้งไว้เพียง 1,125 ล้านบาท ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการประมูลที่ต่ำ และประเทศเสียประโยชน์จากการประมูลในครั้งนี้

ซึ่งเลขาธิการกสทช. ยังคงยืนยันว่าราคาประมูลที่ตั้งไว้มีความเหมาะสมและโปร่งใส โดยได้คำณวนจากราคา ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้ศึกษาไว้ ทั้งนี้การเสนอราคาประมูลขึ้นอยู่กับบริษัทผู้เข้าร่วมประมูล

ขณะที่สมเกียรติ ตั้งกิจวานิช ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่าการประมูลล้มเหลว เนื่องจากได้ราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และตั้งข้อสังเกตว่า กสทช. บกพร่องต่อการจัดประมูลใบอนุญาต เพื่อนำไปสู่การแข่งขัน และประโยชน์ของประชาชน แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ทั้งที่ผู้ประกอบการเคยประกาศอย่างชัดเจนว่า พร้อมระดมเงินประมูลใบอนุญาต อายุ 15 ปี ไม่ต่ำกว่า 15,000 - 20,000 ล้านบาท แต่ กสทช. กลับปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ จนราคาประมูลเหลือเพียง 13,000 - 14,000 ล้านบาท หรือ ราคาเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท แต่สามารถสร้างผลกำไรไม่ต่ำกว่าปีละ 20,000 ล้านบาท

ขณะที่นางนิตยา สุนทรสิริพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศระหว่างประเทศ กล่าวว่าแปลกใจที่สำนักงานคณะกรรมการ กสทช.ไม่ใช้มาตราการการเรียกราคาเพิ่ม และเห็นว่าการประมูล 3จี ครั้งนี้ควรจะมีการเสนอราคาให้สูงกว่านี้ โดยน่าจะอยู่ที่ระดับ 5,000 ล้าน เพราะมีการประเมินไว้แล้วว่าราคาที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 6,400 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อราคาที่ประมูลได้ต่ำกว่าราคาประเมินกว่าร้อยละ 30 ดังนั้นราคาค่าบริการที่ประชาชนควรจะได้รับก็ควรจะถูกว่าร้อยละ30 เช่นกัน ซึ่งกสทช.จะต้องเข้ามากำกับดูแลราคาค่าบริการ รวมถึงคุณภาพที่ต้องได้มาตรฐานสากล ให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด โดยในกสทช.มีสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท.อยู่แล้ว ซึ่งจะต้องมีบทบาทมากขึ้นหลังจากนี้

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ที่มีนายเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ เป็นประธาน จะประชุมรับรองผลการประมูล ก่อนมอบใบอนุญาตให้ผู้ชนะประมูล ภายในเดือนพฤจิกายน 2555 โดยประชาชนในกรุงเทพมหานครและจังหวัดหัวเมืองใหญ่ 18 จังหวัด จะได้ใช้ 3จี เต็มรูปแบบ ภายในเดือนมีนาคม 2556 ซึ่งมีคุณภาพความเร็วดีขึ้นกว่าระบบ 3 จีในปัจจุบัน แต่ราคาบริการในระยะแรก อาจยังแพงไม่ต่างกัน


กลับขึ้นด้านบน