ประชุม ครม.สัญจร จัดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 21 - 22 ต.ค.นี้

ประชุม ครม.สัญจร จัดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 21 - 22 ต.ค.นี้

ประชุม ครม.สัญจร จัดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 21 - 22 ต.ค.นี้

รูปข่าว : ประชุม ครม.สัญจร จัดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 21 - 22 ต.ค.นี้

ประชุม ครม.สัญจร จัดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี 21 - 22 ต.ค.นี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยที่จะจัดขึ้นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 21 - 22 ตุลาคมนี้ ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เตรียมขออนุมัติงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท โดยนอกจากเป็นงบฯที่จะใช้เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังรวมถึงงบฯในการผลักดันพระบรมธาตุวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นมรดกโลกด้วย

ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่มต้องรับน้ำป่าจากอำเภอในแถบเทือกเขาหลวง ก่อนไหลลงสู่ทะเล จนทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เป็นเหตุผลที่ทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เตรียมผลักดันโครงการก่อสร้างระบบป้องน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และชุมชนทั้งในเขตเทศบาล และพื้นที่ใกล้เคียง มูลค่ากว่า 859 ล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย ที่จะเดินทางมาประชุมที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 21 - 22 ตุลาคมนี้พิจารณา

นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมแต่ละปีสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 1,000 - 2,000 ล้านบาท โดยงบประมาณที่ร้องขอส่วนใหญ่จะนำมาก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วมริมคลอง จำนวน 4 สาย มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่มาก หากเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมของบประมาณ ต่อ ครม.มูลค่ารวมกัน กว่า 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่รอบองค์พระบรมธาตุ ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งคณะกรรมการยูเนสโก หรือมรดกโลก อยู่ระหว่างรับเรื่องพิจารณาเป็นมรดกโลก ด้วยงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท การก่อสร้างมัสยิดกลางประจำจังหวัด สำหรับพี่น้องชาวมุสลิม มูลค่า 100 ล้านบาท การแก้ปัญหาป่าพรุควนเคร็งทั้งระบบ ด้วยการจัดทำอีไอเอ หรือการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการป้องกัน และฟื้นฟูในระยะยาว ส่วนที่เหลือเป็นงบพัฒนาการศึกษา และสาธารณูปโภค

ส่วนที่เป็นความหวังของทั้งชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดในแถบภาคใต้ตอนบนมากที่สุด เป็นการผลักดันโครงการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทางการแพทย์ พร้อมทั้งตึก และอุปกรณ์การบริการกับผู้ป่วย ในอำเภอท่าศาลา ซึ่งจะมีความพร้อมไม่ต่างจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ มอ.อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีการของบประมาณเบื้องต้นไปกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ผ่านมาแล้วในหลายรัฐบาลก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา


กลับขึ้นด้านบน