ส.ส.ประชาธิปัตย์เชื่อ ครม.สัญจร สมุย แค่สร้างภาพ - ขายฝัน

ส.ส.ประชาธิปัตย์เชื่อ ครม.สัญจร สมุย แค่สร้างภาพ - ขายฝัน

ส.ส.ประชาธิปัตย์เชื่อ ครม.สัญจร สมุย แค่สร้างภาพ - ขายฝัน

รูปข่าว : ส.ส.ประชาธิปัตย์เชื่อ ครม.สัญจร สมุย แค่สร้างภาพ - ขายฝัน

ส.ส.ประชาธิปัตย์เชื่อ ครม.สัญจร สมุย แค่สร้างภาพ - ขายฝัน การประชุม ครม.สัญจร ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ครม. ซึ่งนำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นอกจากจะพิจารณาอนุมัติโครงการที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเสนอแล้ว หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนต่างเตรียมนำเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ทั้งด้านการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว นับรวมแล้วเกือบ 20,000 ล้านบาท ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เพียงแค่สร้างภาพ และขายฝัน โดยหวังเพิ่มฐานเสียงทางการเมืองเท่านั้น ส่วนโครงการที่ถูกนำเสนอทั้งหมดจะเป็นโครงการอะไรบ้าง และมีแนวโน้มของการเดินหน้าได้หรือไม่

แทบจะนับกันไม่ถ้วนสำหรับโครงการที่ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติดำเนินการ แต่ถ้ารวมๆ ตัวเลขงบประมาณที่ตั้งไว้อยู่ที่ประมาณ 18,562 ล้านบาท หรือเกือบ 20,000 ล้านบาท เรียงตามประเด็นของแต่ละจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย คือชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และพัทลุง จะเห็นว่าโครงการจะเสนอด้วยงบที่ตั้งไว้มากกว่า 1,000 ล้านบาท คือโครงการจัดตั้งสถาบันแพทย์ชั้นสูง, ขยายการประปาเกาะสมุย, ก่อสร้างเรือนจำกลางสุราษฎร์ฯ, ขยายช่องทางจราจร

และเป็นโครงการที่กลุ่มจังหวัดร่วมเสนอร่วม 5,000 ล้านบาท คือโครงการศึกษาท่าอากาศยานนานาชาติดอนสัก, โครงการปรับปรุงทางหลวงย่านชุมชนของสุราษฎร์, ทางคู่ขนานของพัทลุง, โครงการปรับสรุงสภาพแล้วล้อมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารของนครศรีธรรมราช, โครงการอาชีวศึกษาของชุมพร

โครงการพัฒนาระบบเครือข่ายคมนาคมเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งนอกจากการก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าภาคใต้-ทุ่งสง ของนครศรีธรรมราช ที่เหลือเกือบทั้งหมดเป็นโครงการที่ของบเพื่อปรับปรุงเพิ่มศักยภาพพัฒนาเส้นทางคมนาคมที่เป็นทางหลวง

รวมๆ แล้ว โครงการที่จะเสนอเข้าสู่การประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.เพื่อกรองในรอบแรกก่อนนำเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบไม่น้อยกว่า 30 โครงการ ซึ่งในจำนวนนี้ฉายภาพการเดินหน้าตามโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมการขนส่งสินค้าอันดามันกับอ่าวไทย หรือแลนด์บริดจ์ แต่มีเงื่อนไขเกิดขึ้นทั้งที่สนับสนุน และคัดค้าน

ถ้าย้อนกลับไปดูจะเห็นว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในอดีต และรัฐบาลเพื่อไทย คือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ณ ปัจจุบันนี้ยังแบ่งรับแบ่งสู้ที่จะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะต่างรับทราบดีว่าคนในพื้นที่ยังไม่พร้อมกับโครงการใหญ่ที่ว่านี้

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เคยปาฐกถาไว้ว่าการพัฒนาพาณิชย์นาวีไทย เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี แต่ย้ำว่าทุกโครงการที่จะเดินหน้าต้องยึดโยงกับคำว่าจำเป็น และคุ้มค่า และระบุว่ายังมีทางเลือกอีก 2 ทาง ก่อนตัดสินใจเดินหน้าก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา

ไม่ต่างกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้ระบุชัดถึงแผนแลนด์บริดจ์ แต่เริ่มผลักดันโครงการร่วมทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทยจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของแลนด์บริดจ์ โดยเลือกจะศึกษา 3 สายด้วยกัน นี่ก็แค่ขยับๆ ไว้เผื่อเลือก

ท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ทั้งรัฐบาลปัจจุบัน และอดีตเกิดจากเงื่อนไขสำคัญ คือเครือข่ายภาคประชาชนที่ประกาศจุดยืนแจ้งเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะขอจัดการพื้นที่ด้วยตัวเอง

ครม.สัญจร ลงใต้ใครจะได้ใครจะเสียทางการเมืองไม่ว่ากัน หากแต่ว่าการบริหารจัดการพื้นที่ต้องตอบโจทย์ของประชาชน พรุ่งนี้กลับมาติดตามเหตุผลของ ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 ทำไมต้องเรียกประชุมที่เกาะสมุยมีวาระสำคัญ หรือเป็นวาระซ่อนเร้น


กลับขึ้นด้านบน