เจ้าตำนานหนังวาบหวิวญี่ปุ่นเสียชีวิต

เจ้าตำนานหนังวาบหวิวญี่ปุ่นเสียชีวิต

เจ้าตำนานหนังวาบหวิวญี่ปุ่นเสียชีวิต

รูปข่าว : เจ้าตำนานหนังวาบหวิวญี่ปุ่นเสียชีวิต

เจ้าตำนานหนังวาบหวิวญี่ปุ่นเสียชีวิต วงการภาพยนตร์ญี่ปุ่นสูญเสียบุคลากรสำคัญ โคจิ วาคามัตซึ ผู้กำกับคนดังจากอุบัติเหตุเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากสร้างชื่อในฐะนะผู้นำกระแสหนังพิงค์ฟิล์มหรือหนังวาบหวิวในยุค 60 แล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นนักสร้างหนังที่กล้านำเสนอความจริงสู่ผู้ชม

ความทนทุกข์ที่มีบรรพบุรุษเป็นสมาชิกบุราคุมิน ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคม เนื่องจากมีอาชีพไร้เกียรติ เช่น เพชรฆาต หรือสัปเหร่อ ในภาพยนตร์เรื่อง The Millennial Rapture ผลงานเรื่องสุดท้ายของ โคจิ วาคามัตซึ ผู้กำกับภาพยนตร์วัย 76 ปี ที่ยึดมั่นในการสร้างหนังต่อต้านสังคมที่ไม่เป็นธรรม ก่อนที่จะเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังรักษาตัวจากอุบัติเหตุรถชนระหว่างข้ามถนนในกรุงโตเกียว ไม่กี่วันหลังจากเขาได้รับเลือกจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองปูซานให้เป็นนักสร้างภาพยนตร์แห่งปีของเอเชีย

แนวคิดต่อต้านสังคมของวาคามัตซึมาจากประสบการณ์ช่วงวัยรุ่นที่ถูกผู้คุมรังแกระหว่างจำคุกข้อหาเป็นสมาชิกยากูซ่า เขาเลือกทำหนังต่อต้านระบอบฉ้อฉลผ่านหนังสไตล์ พิงค์ฟิล์ม หรือ หนังวาบหวิวที่โด่งดังในยุค 60 แม้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และค่ายหนัง แต่หาทางออกด้วยการสร้างหนังทุนต่ำไม่เกินล้านเยน ส่วนใหญ่เป็นหนังขาวดำที่ถ่ายทำนอกสถานที่ กระนั้นความโดดเด่นจากการเล่าเรื่อง ทำให้วาคามัตซึได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้สร้างภาพยนตร์คนสำคัญของญี่ปุ่นในยุค 60

แม้ในวัยที่มากขึ้นเขาจะละทิ้งหนังพิงค์ฟิล์ม แต่ยังคงทำหน้าที่วิจารณ์สังคมผ่านแผ่นฟิล์มอย่างเข้มข้น ทั้ง United Red Army ชะตากรรมของหนุ่มสาวที่ลุกขึ้นต่อสู้กับทางการ Caterpillar ชีวิตภรรยาสาวที่ต้องดูแลสามีที่กลับจากสงครามโดยไม่มีแขนขา ซึ่งเข้าชิงหมีทองคำในเบอร์ลิน และ 11:25 The Day He Chose His Own Fate ชีวิตนักเขียนที่ฆ่าตัวตายในกระทรวงกลาโหมเพื่อเรียกร้องการคืนอำนาจการปกครองให้องค์จักรพรรดิ ก็ได้เข้าชิงสาย Un Certain Regard ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ต้นปีที่ผ่านมา

นอกจากผลงานภาพยนตร์กว่าร้อยเรื่อง วาคามัตซึยัง ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนักสร้างหนังหน้าใหม่ แม้ไม่เป็นที่ยอมรับนักในบ้านเกิด แต่ผู้กำกับคนดังยังคงเชื่อมั่นในการทำหนังที่สะท้อนภาพความจริงของสังคม เพราะภาพยนตร์คือสื่อแห่งอิสรภาพ และสิ่งนั้นไม่ควรเปลี่ยนแปลง


กลับขึ้นด้านบน