นักวิชาการเชื่อ ครม.สัญจร สมุย รัฐบาลวางผลลัพธ์ทางการเมืองไว้

นักวิชาการเชื่อ ครม.สัญจร สมุย รัฐบาลวางผลลัพธ์ทางการเมืองไว้

นักวิชาการเชื่อ ครม.สัญจร สมุย รัฐบาลวางผลลัพธ์ทางการเมืองไว้

รูปข่าว : นักวิชาการเชื่อ ครม.สัญจร สมุย รัฐบาลวางผลลัพธ์ทางการเมืองไว้

นักวิชาการเชื่อ ครม.สัญจร สมุย รัฐบาลวางผลลัพธ์ทางการเมืองไว้ การประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์เชื่อมั่นว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเลือกที่ประชุมเป็นเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่เพียงเป้าหมายที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกเท่านั้น แต่ยังอ่านเกมการเมืองในพื้นที่ พร้อมกับวางผลลัพธ์ทางการเมืองไว้ด้วย วันนี้ จะตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเทียบเคียงข้อมูลความเป็นไปได้ทางการเมืองว่าในพื้นที่ภาคใต้จะยอมรับพรรคเพื่อไทยได้มากน้อยแค่ไหน

ผลทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยกับพื้นที่ภาคใต้ วันนี้อาจตอบยาก แต่พอจะเห็นเค้าลางกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะแนวโน้มความเป็นไปได้ที่ ครม.จะเห็นชอบกับโครงการที่แบ่งพื้นที่ให้รัฐมนตรีไปพิจารณาทบทวน ก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุม

ซึ่งนอกจากนายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดการลงพื้นที่นครศรีธรรมราช เข้าวัดดูพื้นที่โดยรอบวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เพื่อผลัดดันสู่ความเป็นมรดกโลกแล้ว, ยังมีโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติดอนสักที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต จะเป็นโต้โผใหญ่นำทีมพิจารณา

ยังมีโครงการพัฒนาปรับปรุงทางหลวงย่านชุมชน และการก่อสร้างทางคู่ขนาน ทางหลวงสายเอเชียในเขตชุมชน รวมถึงโครงการอาชีวศึกษาชุมพรเชิงบูรณาการสู่ประชาคมอาเซียน นี่ละโครงการที่จะได้รับความเห็นชอบสูง

ซึ่งไม่เพียงแค่สร้างภาพความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่เท่านั้น รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์เชื่อว่าผลในทางปฏิบัติย่อมเกิดขึ้น และแน่นอนรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ต้องหวังผลทางการเมือง หากแต่เป็นผลในระยะยาว โดยมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยอ่านเกมการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ออก เพราะแม้จะไม่ถึงจุดเปลี่ยนขั้ว แต่มีบางคนบางกลุ่มมองสวนทางกับประชาธิปัตย์ และต้องการมีบทบาททางการเมือง

เมื่อเทียบข้อมูลของ รศ.อัษฎางค์ กับความเป็นจริงในพื้นที่ แม้ระดับชาติจะชี้ชัดได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ผูกขาดการเมืองไว้กับพื้นที่ภาคใต้ แต่ถ้าดูไปที่การเมืองท้องถิ่น อาจเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง โดยเฉพาะกระแสที่พูดกันว่า "ถึงเวลาต้องเปลี่ยน"
 
แม้จะไม่มากนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เกิดขึ้น  เริ่มที่การเมืองระดับชาติ ไม่ปฏิเสธว่าประชาธิปัตย์กวาดเก้าอี้ ส.ส.ทุกตัวไปแล้ว แต่ถ้ามองในระดับท้องถิ่น อย่าง นครศรีธรรมราช แม้จะเป็นคนของพรรคเหมือนกัน แต่ในเชิงลึกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว

ส่วนพัทลุง ยังไม่หนีห่างไปไหน นายก อบจ.นามสกุลเดียวกับ ส.ส.ในพรรค และนายกเทศมนตรีเมือง แม้จะต่างนามสกุล แต่มีศักดิ์เป็นน้าของ ส.ส. หากแต่ตอนเลือกตั้งก็หืดขึ้นคอเหมือนกัน เพราะคู่แข่ง คือคนเสื้อแดง เช่นเดียวกับที่ชุมพร นายก อบจ.คือพี่ชายของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ส่วนนายกเทศมนตรีเมืองคนนี้ว่ากันว่าลงเลือกตั้งแข่งกับคนพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และได้มาครองเก้าอี้ก็คราวนี้

แต่ถ้าที่สุราษฎร์ธานีละก็ "มนตรี เพชรขุ้ม" มีเสียงสะท้อนมาว่าเคยประกาศพร้อมช่วยงานพรรคเพื่อไทย ส่วนนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสุราษฎร์ฯและนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองดอนสักนั้น คนในพรรคเพื่อไทยบอกว่าเป็นคนสำคัญที่ร่วมวางโปรแกรม ครม.สัญจร เกาะสมุย

นี่ยังไม่นับรวมเครือข่าย นปช.ที่กำลังสะสมฐานเสียงทางการเมืองแบบล้วงคองูเห่า แต่ที่ไม่เงียบน่าจะเป็นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ดอดไปปักธง หมู่บ้านประชาธิปไตยที่บ้านเก้ากอ ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่รู้กันว่าเป็นสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดง


กลับขึ้นด้านบน