ข้าราชการหญิงร้อง กสม.เอาผิดผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย

ข้าราชการหญิงร้อง กสม.เอาผิดผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย

ข้าราชการหญิงร้อง กสม.เอาผิดผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย

รูปข่าว : ข้าราชการหญิงร้อง กสม.เอาผิดผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย

ข้าราชการหญิงร้อง กสม.เอาผิดผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่หญิง ที่ถูก นายก อบต.ทำร้ายได้ร้องเรียนต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายกฯ อบต. ว่าอาจละเมิดสิทธิ แต่พบว่าข้อปฏิบัติในประมวลจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ปี 2554 ยังไม่เปิดช่องเท่าที่ควร

กว่า 1 เดือนแล้วที่คลิปนายสมเดช สุขสมกิจ นายก อบต.ไทยาวาส อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทำร้ายร่างกาย น.ส.รวิภา พึ่งพร หน.ส่วนการคลัง อบต.ไทยาวาส ด้วยการจิกผม ตบหน้า 2 ครั้ง ในสถานที่ราชการต่อหน้าเพื่อนข้าราชการด้วยกัน ถูกเผยแพร่ และเป็นกระแสวิพากย์วิจารณ์อยู่ในสังคมออนไลน์ ภายหลัง

แม้ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอดำเนินคดีตามกฎหมาย และน.ส.รวิภา ได้ย้ายมาช่วยราชการ ที่ว่าการ อ.นครชัยศรี แต่ล่าสุด เธอได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก สตรี คนพิการ และความเสมอภาคของบุคคล สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรวจสอบพฤติกรรมนายสมเดช ว่าเหมาะสมต่อการทำหน้าที่นายกฯ อบต.หรือไม่

น.ส.รวิภา บอกกับคณะอนุกรรมการฯ ว่า เรื่องนี้เป็นการคุกคามสิทธิ หมิ่นศักดิ์ศรี ซึ่งไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดนายสมเดชจึงต้องทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะเธอได้ท้วงติงกับปลัด อบต.ว่าไม่ควรเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพราะอาจผิดระเบียบราชการ โดยยืนยันว่า ไม่ได้เอ่ยชื่อ หรือพาดพิงนายสมเดชแต่อย่างใด

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะนำกรณีการถูกละเมิดสิทธิของ น.ส.รวิภา เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือ เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างของสตรีที่ถูกละเมิดสิทธิในสถานที่ราชการ / แม้เรื่องนี้จะมีข้อปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ปี 2554 แต่การตรวจสอบผู้บังคับบัญชาที่กระทำผิดเสียเองยังไม่เปิดช่องเท่าที่ควร

ขณะที่ นายกฯ อบต.ไทยาวาส ยอมรับว่า ได้ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เพราะถูกพาดพิงว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับงบประมาณโครงการที่ถูกท้วงติง ซึ่ง น.ส.รวิภา เองก็ปฏิบัติหน้าที่ที่เข้าข่ายถูกตั้งกรรมการสอบวินัย เช่น ความไม่ชัดเจนในเอกสารเบิกจ่ายงบประมาณ และแม้คู่กรณีจะต้องการเอาผิดให้ถึงที่สุด ตนก็พร้อมให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาตรวจสอบ

กรณีที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นปัญหาที่ยังคงมีการละเมิดสิทธิในระบบราชการ สอดคล้องกับผลวิจัยการประเมินคุณธรรม จริยธรรม เจ้าหน้าที่รัฐ และข้าราชการไทยในสายเด็กและเยาวชน ของเอแบคโพลล์ ก็พบว่า การข่มขู่ ทำร้ายร่างกายผู้หญิงในสถานที่ราชการ ถูกสะท้อนถึงการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และข้าราชการไทย นอกเหนือจากการ ทุจริต คอรัปชัน ทำผิดกฎระเบียบ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และแบ่งฝักแบ่งฝ่าย


กลับขึ้นด้านบน