ปัจจัยที่ Gangnam Style ไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น

ปัจจัยที่ Gangnam Style ไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น

ปัจจัยที่ Gangnam Style ไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น

รูปข่าว : ปัจจัยที่ Gangnam Style ไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น

ปัจจัยที่ Gangnam Style ไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น แม้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่ในญี่ปุ่นที่แจ้งเกิดให้ศิลปินเกาหลีมากมาย เพลง Gangnam Style กลับไม่เป็นที่นิยม เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยความขัดแย้งทางการเมือง และรสนิยมความชื่นชม ศิลปิน K Pop ที่ญี่ปุ่นยังยึดติดภาพลักษณ์ศิลปินเป็นหลัก

ลีลาท่าเต้นสุดฮิตแต่สวมกุญแจมือไปด้วย ผลงานวิพากษ์รัฐบาลจีนของ อ้ายเว่ยเว่ย ศิลปินชื่อดัง จนถึงท่าควบม้าของบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของ Gangnam Style เพลงเกาหลีเพลงแรกที่ครองแชมป์ชาร์ตฝั่งอังกฤษและขึ้นถึงอันดับ 2 ของบิลบอร์ดชาร์ตในสหรัฐฯ ขณะที่ท่าเต้นขำขันสร้างความสนุกสนานให้ผู้ชมทั่วโลก แต่ความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นกลับซบเซา ทำอันดับได้สูงสุดเพียง top 30 บนชาร์ต iTunes ของแดนปลาดิบเท่านั้น
 
มีการวิเคราะห์ว่าการที่ ไซ ซึ่งกำลังเดินสายโปรโมทเพลงไปทั่วโลก ไม่มาโปรโมทผลงานแดนอาทิตย์อุทัย คือสาเหตุที่ทำให้เพลงนี้ไม่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อครั้ง Gangnam Style กำลังเป็นกระแสในเดือนสิงหาคม มีความพยายามจะแปลงเนื้อร้องเป็นภาษาญี่ปุ่นในชื่อ Roppongi Style เพื่อล้อเลียนย่านหรูของโตเกียว แต่แผนการทั้งหมดต้องเลื่อนไป เพราะผลตอบรับตามสื่อต่างๆ ในญี่ปุ่นเป็นไปอย่างย่ำแย่

แม้ประเด็นความขัดแย้งเรื่องดินแดนระหว่างญี่ปุ่น และเกาหลีจะส่งผลต่อวงการบันเทิงทั้ง 2 ชาติ แต่ไอดอล K Pop ไม่น้อยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้แฟนเพลงชื่นชมศิลปินแดนโสมส่วนหนึ่งมาจากหน้าตาอันดึงดูดของไอดอลที่ผ่านมา ทำให้ไซซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นชายร่างท้วมวัยกลางคนไม่สามารถสร้างความประทับใจแก่แฟนเพลง ในญี่ปุ่นได้เหมือนแฟนเพลงตะวันตก

ในญี่ปุ่นยังมีการกล่าวหาว่า เอ็มวีที่มีผู้ชมแล้วกว่า 531 ล้านครั้ง เกิดจากการร่วมกันปั่นยอดวิวของค่าย และแฟนเพลงด้วยซอฟแวร์ Internet bot โปรแกรมอัพเดทเว็บไซต์อัตโนมัติ ซึ่งในญี่ปุ่นมีการตั้งชื่อเล่นให้กับ Gangnam Style เป็น F5 Style ที่มาจากคำกล่าวหาว่าแฟนเพลงเกาหลีใต้ช่วยกันกดปุ่ม เอฟ5 บนคีย์บอร์ดโหลดหน้าจออีกครั้งจอจนมียอดผู้ชมมากกว่าความเป็นจริง ซึ่งฮานคูฮยูน ประธานสถาบันวิจัยคลื่นวัฒนธรรมเกาหลีออกมาตอบโต้คำกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นการอิจฉาแบบเด็กๆ ไม่ต่างการสงสัยสถิติโลกในกีฬาโอลิมปิกทีเดียว


กลับขึ้นด้านบน