ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดี ขสมก.ปล่อยควันดำ

ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดี ขสมก.ปล่อยควันดำ

ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดี ขสมก.ปล่อยควันดำ

รูปข่าว : ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดี ขสมก.ปล่อยควันดำ

ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดี ขสมก.ปล่อยควันดำ หลังจากใช้ระยะเวลาในการไต่สวนตามกระบวนการของศาลมาเกือบ 10 ปี ชาวบ้านและสมาคมโลกร้อนหวังใช้เป็นบรรทัดฐานทางคดีในการคุ้มครองคุณภาพชีวิตชาวเมืองกรุง

 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิป้องกันควันพิษและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ได้ยื่นฟ้ององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.)ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ว่าละเลยต่อหน้าที่ มิได้ดำเนินการให้การเดินรถขององค์การฯและเอกชนที่ร่วมบริการเป็นไปโดยปลอดภัยไร้มลพิษควันดำ เป็นคดีดำเลขที่ 2007/2545 และได้ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ ว่าละเลยต่อหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบภาวะมลพิษทางอากาศในเขตกรุงเทพมหานครไม่ให้เกินมาตรฐานเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2028/2545 รวมทั้งนายป๊อก แซ่เจีย กับพวกรวม 3 คน ได้ยื่นฟ้อง ขสมก. เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2026 /2545 กับได้ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2025/2545 โดยมีลักษณะข้อหาอย่างเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกัน 

 
ต่อมาศาลปกครองกลาง ได้พิพากษาเมื่อปี 2549 ว่า ขสมก. นั้นมีความผิดและมีคำสั่งให้ ขสมก. ดำเนินการตรวจสอบมลพิษจากรถยนต์ทั้งในส่วนของรถร่วม ขสมก. และรถร่วมบริการต้องส่งผลการตรวจสอบให้กับทางศาลทุก 3 เดือน ส่วนกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง ซึ่ง ขสมก.ได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.914 - 917/2549 
 
ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้มีหมายแจ้งคู่กรณีให้ไปศาลเพื่อเปิดศาลพิจารณาคดีเป็นครั้งแรกในวันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2555 นี้ เวลา 9.30 น. ณ ศาลปกครองสูงสุด ชั้น 3 ห้องพิจารณษคดีที่ 12 ถนนแจ้งวัฒนะ 
 
“คดีนี้มีชาวบ้านที่ร่วมฟ้องด้วยในคดีนี้ ได้มอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เป็นธุระในการต่อสู้คดีแทนชาวบ้านเพื่อร่วมกันสร้างบรรทัดฐานใหม่ สำหรับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรมหาชนของรัฐที่ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะใด ๆ จักต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นตัวตั้งด้วย มากกว่าจะแสวงหากำไรและผลประโยชน์มาแบ่งปันกันในกลุ่มผู้บริหารในรูป เงินโบนัส เงินสวัสดิการ เบี้ยประชุม โดยเอาชาวบ้านและคนยากคนจนมาเป็นตัวประกันในเชิงแอบอ้างทางนโยบายเท่านั้น” นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด 


กลับขึ้นด้านบน