นักวิชาการไทยวิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นักวิชาการไทยวิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นักวิชาการไทยวิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

รูปข่าว : นักวิชาการไทยวิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นักวิชาการไทยวิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นักวิชาการไทย ที่ศึกษาด้านการเมืองสหรัฐ วิเคราะห์ว่า พายุเฮอร์ริเคนแซนดี้ อาจจะทำให้การลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครทั้ง 2 คน ลดน้อยลงไป และต้องปรับเป็นการหาเสียงในรูปแบบอื่นแทน

นายวิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์ นักวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ศึกษาด้านการเมืองสหรัฐ วิเคราะห์ว่าพายุเฮอร์ริเคนแซนดี้ อาจจะทำให้การลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครทั้ง 2 คน ลดน้อยลงไป และต้องปรับเป็นการหาเสียงในรูปแบบอื่นแทน และมีปัจจัยจากภายนอกที่ต้องระวังด้วย โดยเฉพาะประธานาธิบดีโอบาม่า ต้องระมัดระวังนโยบายในด้านการต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ผลสำรวจความนิยมของสำนักโพลล์ต่างๆ อาทิ สำนักข่าว CNN หรือ เว็บไซต์ Politico.com ที่เกาะติดบรรยากาศการเลือกตั้งและคะแนนความนิยมตามรัฐต่างๆ จัดทำออกมาเป็นแบบจำลองเปรียบเทียบ โดยรัฐที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร หรือ สวิง สเตต มีอยู่ประมาณ 9-10 รัฐ จะเป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะกลุ่มรัฐเหล่านี้มีจำนวนที่นั่งมาก ซึ่งประชากรของรัฐนี้ยังไม่ตั้งตนเป็นฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งตายตัว และยังรอความชัดเจนในนโยบายก่อนตัดสินใจเลือกตั้งก่อนตัดสินใจโหวต

คะแนนนิยมที่ยังคงสูสีทำให้เกิดคำถามว่า หากผลการเลือกตั้งออกมา "เสมอ" ระบบการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจไม่เหมาะกับการเฟ้นหาผู้นำประเทศ เพราะไม่ได้มาจากการลงคะแนนเสียงของประชาชนจริงๆ หากมองย้อนกลับไปถึงการส่งกำลังทหารไทยไปร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน ติมอร์ตะวันออก และการเข้ามาขอใช้ฐานทัพไทยที่อู่ตะเภา จังหวัดระยอง เพื่อสำรวจสภาพอากาศจนนำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นนโยบายด้านการทหารขงสหรัฐฯ ที่จะแผ่ขยายเข้ามาในภูมิภาคเอเชียเพื่อคานอำนาจจีน จึงเป็นเหตุผลที่ประเทศไทยที่แม้จะเป็นพันธมิตรที่ดีกับสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด ต้องติดตามว่า ใครจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เพื่อเตรียมตัวรับกับผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากนโยบายของผู้สมัครที่ประกาศออกมาอย่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


กลับขึ้นด้านบน