10 เมืองใหญ่เสี่ยงภัยธรรมชาติ

10 เมืองใหญ่เสี่ยงภัยธรรมชาติ

10 เมืองใหญ่เสี่ยงภัยธรรมชาติ

รูปข่าว : 10 เมืองใหญ่เสี่ยงภัยธรรมชาติ

10 เมืองใหญ่เสี่ยงภัยธรรมชาติ หลังจากพายุเฮอร์ริเคนแซนดี้พัดถล่มหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักเกินกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ นักวิจัยด้านภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมวิเคราะห์ว่ากรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่จาก 20 เมือง ติดท็อปเท็นเมืองที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลก ที่อาจเสียหายหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วม และพายุไซโคลนภายใน 50 ปีข้างหน้า

บ็อบ วอร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของสถาบันวิจัยแกรนแธมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม ในกรุงลอนดอน เปิดเผยว่า บรรดาเมืองตลอดแนวชายฝั่ง ตั้งแต่ประเทศจีนไปจนถึงทะเลอาหรับมีการขยายตัวเร็วมาก ขาดการวางผังเมือง ซึ่งไม่เพียงแต่มีความเสี่ยงต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น แต่ยังเสี่ยงต่อพายุไซโคลนเขตร้อนด้วย และยังมีคนจนจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ติดอันดับเมืองใหญ่ที่เสี่ยงพายุเช่นเดียวกับสหรัฐฯ เพราะในช่วง 2-3 ปีมานี้ สถิติการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

โดยมี 20 อันดับ เมืองใหญ่ที่เสี่ยงเสียหายหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วม และภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นภายในปี 2070 ซึ่งกรุงเทพมหานคร ติดอันดับที่ 7 ขณะที่เมืองในเอเชียติดอันดับถึง 15 เมือง เช่น โกลกาตา ประเทศอินเดีย, มุมไบ ประเทศอินเดีย, ธากา ประเทศอินเดีย, กวางโจว ประเทศจีน, โฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม, เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน, กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, ย่างกุ้ง ประเทศพม่า, ไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และไฮฟอง ประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังเปิดเผยว่า เมืองใหญ่ๆ ในเอเชียที่ติดอันดับนั้นไม่เพียงแต่จะเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกพายุไซโคลนถล่ม ซึ่งอาจสร้างความเสียหายหนักมาก ด้วยปัจจัยที่ว่ายังมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีความแข็งแรงน้อย คุณภาพต่ำ และเปราะบางต่อภัยธรรมชาติมาก ดังนั้น หากรัฐบาลในเมืองเหล่านี้ยังไม่มีการรับมืออย่างจริงจัง อาจนำมาซึ่งความเสียหายมหาศาลได้ในอนาคต

ขณะที่ซูซาน แฮนสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชายฝั่ง แห่งศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทินดอล ในอังกฤษ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เอเชียมีความเสี่ยงต่อโคตรพายุอย่างแรกคือระดับน้ำทะเลซึ่งจะสูงขึ้น 20 นิ้ว ภายใน ค.ศ. 2070 อย่างที่ 2 คือ คลื่นพายุหมุนซัดฝั่ง หรือสตอร์ม เซิร์จ จากพายุไซโคลน ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนัก


กลับขึ้นด้านบน