ปปท.ตรวจสอบงบฯ ภัยพิบัติโรคพืช จ.มหาสารคาม ที่อาจมีการทุจริต

ปปท.ตรวจสอบงบฯ ภัยพิบัติโรคพืช จ.มหาสารคาม ที่อาจมีการทุจริต

ปปท.ตรวจสอบงบฯ ภัยพิบัติโรคพืช จ.มหาสารคาม ที่อาจมีการทุจริต

รูปข่าว : ปปท.ตรวจสอบงบฯ ภัยพิบัติโรคพืช จ.มหาสารคาม ที่อาจมีการทุจริต

ปปท.ตรวจสอบงบฯ ภัยพิบัติโรคพืช จ.มหาสารคาม ที่อาจมีการทุจริต สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด มีวงเงินทดรองราชการ ที่สามารถเบิกจ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครั้งละ 50 ล้านบาท นั่นหมายถึงหากมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เงินจำนวนนี้จะถูกเบิกใช้ได้ทันที จึงถูกตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสการสำรวจความเสียหายและหลักเกณฑ์พิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัย

สารกำจัดศัตรูพืชเหล่านี้ ถูกเก็บอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แม้จะจัดซื้อ และได้รับมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังถูกประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติจากโรคระบาดด้านพืช และทดรองจ่ายเงินเพื่อซื้อแจกจ่ายให้เกษตรกร แต่การเหลือค้างของสารกำจัดแมลง อาจสะท้อนถึงสถานการณ์การระบาดในขณะนั้น ว่ารุนแรงถึงระดับเป็นภัยพิบัติจริงหรือไม่

เกษตรกรหลายคน ทั้งในพื้นที่อำเภอโกสุมพิสัย และวาปีปทุม ยอมรับว่าเมื่อปีที่แล้วพบแมลง และโรคพืช อย่างหนอนกอข้าว เพลี้ยแป้ง หรือโรคใบข้าวไหม้ แต่ไม่รุนแรง และสามารถควบคุมได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่ได้รับ

กระบวนการจัดซื้อสารกำจัดศัตรูพืชในครั้งนั้น เริ่มจากผู้นำชุมชน ให้เกษตรกรแจ้งสถานการณ์การระบาด และประเมินพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย ก่อนเจ้าหน้าที่เกษตรแต่ละท้องที่จะนำข้อมูลที่ได้ เสนอจังหวัดพิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัย และทดรองเงินราชการเพื่อช่วยเหลือ

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลโคกสีทองหลาง อำเภอวาปีปทุม ยืนยันว่าสามารถประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้ เนื่องจากแมลง และโรคพืช จะมาตามฤดูกาลเพาะปลูก และระยะการเติบโตของพืช แต่ต้องได้รับแจ้งรายงานความเสียหายจากชาวบ้านก่อน จึงจะทำหนังสือเพื่อขอเบิกสารกำจัดศัตรูพืชมาแจกจ่ายได้

แม้จะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติเกินจริง เพื่อเปิดช่องให้เบิกจ่ายงบประมาณหรือไม่ แต่ข้อมูลที่ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจ ก็สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ที่กำลังตรวจสอบพฤติกรรมการประกาศเขตภัยพิบัติโรคระบาดด้านพืชใน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อจัดซื้อสารกำจัดศัตรูพืช รวมงบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งที่อาจไม่มีการระบาดรุนแรงอย่างที่กล่างอ้าง

สิ่งที่ยังต้องตรวจสอบ คือกระบวนการเบิกเงินทดรองมาซื้อสารกำจัดแมลง ว่าได้ทำตามขั้นตอนหรือไม่ ทั้งการสำรวจพบการระบาด แล้วจึงทำเรื่องขอความช่วยเหลือไปยังจังหวัด ซึ่งจะพิจารณาระดับความเสียหาย เพื่อประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ก่อนเบิกเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงสารกำจัดศัตรูพืชที่จัดซื้อ ว่าเหมาะสมกับโรคที่ระบาด หรือมีราคาสูงผิดปกติหรือไม่ ซึ่งอาจสะท้อนถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบริษัทที่ทางจังหวัดทำสัญญาจัดซื้อด้วย


กลับขึ้นด้านบน