"โอบาม่า" ส่อเผชิญ "หน้าผาทางการคลัง"

"โอบาม่า" ส่อเผชิญ "หน้าผาทางการคลัง"

"โอบาม่า" ส่อเผชิญ "หน้าผาทางการคลัง"

รูปข่าว : "โอบาม่า" ส่อเผชิญ "หน้าผาทางการคลัง"

ตลาดหุ้นในสหรัฐฯ ขานรับ ข่าวว่าประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ด้วยการปรับตัวลดลง เพราะคาดว่ารัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีโอบาม่ากำลังจะพบกับอุปสรรคสำคัญที่เรียกว่า เหตุการณ์หน้าผาทางการคลัง

นายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศชัยชนะว่า สิ่งดีที่สุดกำลังจะมาสู่ชาวอเมริกัน แต่ขณะเดียวกันตลาดหุ้นทั้งหมดในสหรัฐกลับขานรับด้วยปริมาณการซื้อขายที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) ปรากฏว่าประธานาธิบดีโอบาม่าจากพรรคเดโมแครต ชนะนายมิตต์ รอมนีย์จากพรรครีพับลิกันไปด้วยเสียงของคณะผู้เลือกตั้งหรืออิเลคโตร่อลคอลเล็จ 303 ต่อ 206 เสียง โดยการลงคะแนนของชาวอเมริกันครั้งนี้ยังเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 11 ตำแหน่ง รวมทั้งยังเป็นฉันทานุมัติให้พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไป แต่ที่สำคัญก็ได้เป็นฉันทานุมัติให้พรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง

เหตุที่หุ้นตกก็เพราะความกังวลว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายโอบาม่า ซึ่งจะบริหารประเทศต่อไปอีก 4 ปีกำลังจะเผชิญกับปัญหาใหญ่และเป็นอุปสรรคที่ใกล้จะถึง คือ เหตุการณ์ที่เรียกว่า "หน้าผาทางการคลัง" หรือฟิสค่อล คลิฟฟ์ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า หน้าผาทางการคลังของนายโอบาม่า คือ งบประมาณสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ผ่านมากำลังจะสิ้นสุดและต้องขออนุมัติใหม่จากสภาคองเกรสที่พรรครีพัลลิกันครองเสียงข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายพอล ไรอั้น อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งประกาศว่าจะนั่งเป็นประธานกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

แนวโน้มที่ว่าสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันคุมอยู่อาจขัดขวางด้วยการตัดลดหรือไม่อนุมัติงบประมาณตามที่ประธานาธิบดีโอบาม่าขอ อาจจะทำให้ไม่มีงบประมาณก้อนใหม่ไปหล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนโครงการที่ทำไว้ 4 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะงักงันหรือถึงขั้นถดถอย แต่ในระหว่างประกาศชัยชนะเมื่อวานนี้ นายโอบาม่า กล่าวว่า อยากหารือกับนายรอมนีย์ เผื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกัน


กลับขึ้นด้านบน