คาดการณ์ทีมสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ"รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

คาดการณ์ทีมสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ"รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

คาดการณ์ทีมสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ"รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

รูปข่าว : คาดการณ์ทีมสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ"รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

คาดการณ์ทีมสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้น ตั้งแต่วันที่ 25 - 28 พ.ย.นี้ ประธานวิปรัฐบาลแสดงความมั่นใจ ว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลจะยังคงได้รับการไว้วางใจต่อไป ขณะที่ประธานวิปฝ่ายค้าน ปิดเงียบทั้งตัวบุคคลและประเด็นที่จะอภิปราย ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า สาระสำคัญของการอภิปรายจะยึดโยงกับกรณีปัญหาที่รัฐบาลเผชิญอยู่ รวมถึงปัญหาการถอดยศร้อยตรีของผู้นำฝ่ายค้าน

                                  
แทบจะแบ่งฝ่ายกันยืนยันความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายกับประเด็นที่ร้อนที่สุด และคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นด้วย คือ กรณีถอดยศและเรียกเบื้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน เพราะบริบทที่สอดคล้องกันคือการทำลายความน่าเชื่อถือซึ่งกันและกัน หากแต่ผลในเชิงปฏิบัติยังไม่เกิดขึ้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงยืนยันว่า ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจขอฝ่ายค้านยังสมบูรณ์ครบถ้วน

เมื่อเทียบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกับสถานการณ์การเมืองคาดการณ์ได้ว่า คู่อภิปรายคู่แรก ที่หลีกไม่พ้นกัน คือ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อาจจะต้องเผชิญหน้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งกรณีถอดยศร้อยตรีและกรณีคำสั่งโยกย้าย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ และด้วยเนื้อหาที่เน้นข้อกฎหมาย อาจมีนายถาวร เสนเนียม,นายวิรัตน์ กัลยาศิริและนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ เป็นผู้อภิปรายสนับสนุน
                                   
สำหรับ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ซึ่งตามญัตติอ้างถึงการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แม้จะยากต่อการคาดการณ์บุคคลที่จะอภิปราย แต่ถ้าเทียบจากผลการรวบรวมข้อมูลภายใต้กรอบ ครม.เงาของพรรคประชาธิปัตย์ จะเห็นว่า นายวิฑูรย์ นามบุตรและนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รับหน้าที่รัฐมนตรีเงา กระทรวงคมนาคม ก็น่าจะเป็นผู้อภิปรายหลัก ส่วนประเด็นอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารงานรถไฟและกรณีปัญหาล้มโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง คาดว่าจะถูกอภิปราย 2 ประเด็นหลัก คือเรื่องบ่อนการพนันที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ประกาศขอเป็นผู้อภิปรายเอง ส่วนการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่จับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อาจเป็นไปได้ว่าคู่อภิปราย คือนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ตามด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ ที่จะอภิปรายเสริม รวมถึงการอภิปรายพาดพิงกรณีแทรกแซงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศา หรือ ดีเอสไอ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และน่าจะพ่วงท้ายกับเหตุคืนพาสปอร์ต โดยมีคู่รองเกิดขึ้น คือ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล กับนายกษิต ภิรมย์
                                    
กรณีปัญหารับจำนำข้าว ,ปมการส่งออก,สินค้าราคาแพงและการใช้จ่ายงบประมาณน้ำท่วม อาจเป็นเนื้อหาหลักที่ฝ่ายค้านอภิปราย นายกรัฐมนตรี และคงไม่เพียงนายอภิสิทธิ์ ที่จะเป็นผู้อภิปรายหลักเท่านั้น น่าจะมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์,นายกรณ์ จาติกวณิช,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นผู้อภิปรายสมทบ ส่วนผู้ช่วยชี้แจงอาจไม่ใช่นายกิตติรัตน์ ณ ระนองและนายบุญทรง เตริยาภิรย์เท่านั้น ยังมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ย้ายกระทรวงไปเตรียมพร้อมแล้ว ภาพรวมตอนนี้ถือว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมทั้งรุกและรับ โดยเฉพาะการตั้งวอร์รูมสนับสนุนข้อมูลอีกทางหนึ่ง


กลับขึ้นด้านบน