ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งย้ายตำรวจเกี่ยวพันคดีล่าสัตว์ป่า

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งย้ายตำรวจเกี่ยวพันคดีล่าสัตว์ป่า

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งย้ายตำรวจเกี่ยวพันคดีล่าสัตว์ป่า

รูปข่าว : ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งย้ายตำรวจเกี่ยวพันคดีล่าสัตว์ป่า

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งย้ายตำรวจเกี่ยวพันคดีล่าสัตว์ป่า ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มล่าสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งพบว่า 1 ในกลุ่มล่าสัตว์ป่ามี พ.ต.ท. สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งขณะนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.คนดังกล่าวไปช่วยราชการที่แผนกธุรการภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดว่ามีส่วนเข้าไปเป็นนักล่าร่วมกับผู้ที่ถูกจับกุมทั้ง 8 คนหรือไม่ โดยหากพบกระทำความผิดจะลงโทษทางวินัยตามฐานความผิดทันที

พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปช่วยราชการที่แผนกธุรการภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 30 วัน เพื่อสะดวกแก่การสอบสวน และไม่ให้มีอำนาจ และบทบาทเกี่ยวกับคดี กรณีเข้าไปเกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

นอกจากนี้ ยังให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยให้เรียกสอบผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธ อยู่ร่วมขบวนการล่าสัตว์ด้วยหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะก่อนหน้านี้จากการตรวจสอบเอกสาร ไม่พบว่ามีบันทึกการจับกุม พ.ต.ท.ธีรยุทธ

ส่วนการสอบสวนเจ้าหน้าที่อุทยานผู้จับกุมยังให้การตามเดิมว่า ได้จับกุม พ.ต.ท.ธีรยุทธ พร้อมมีดพกเดินป่าที่บริเวณริมตลิ่งเพียงลำพัง จึงปรับในข้อหาเข้ามาในอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยืนยันก่อนหน้านี้ว่าจับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ ได้ขณะนั่งอยู่ในเรือกับพวก 2 คน

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนบันทึกการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 8 คน พบว่ามีด้วยกัน 3 ชุด ไม่ได้มาด้วยกัน และถูกจับกุมได้คนละแห่งกัน โดยต่างคนต่างเช่าเรือกันมาเอง และการจับกุมก็ต่างเวลากัน ต้องสอบสวนต่อไปว่าในกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 8 คน มีใครรู้จัก และสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ธีรยุทธหรือไม่ และได้พักแรมด้วยกันขณะอยู่ในป่าหรือไม่ หากผลการสอบสวนออกมาว่ามีส่วนพัวพันกับการล่าสัตว์ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานผู้เกี่ยวข้อง อาจต้องถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

มีข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานระบุว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก ทั้งลิง ค่าง ช้างป่า เก้ง กวาง กระทิง กระจง กบภูเขา และสัตว์ป่าอื่นๆ อีกหลายชนิด ถือเป็นสถานที่ที่นักล่าสัตว์นิยมมาล่าสัตว์เป็นประจำ และมีหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเศรษฐี กลุ่มข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นพื้นที่เปิด นักล่าสัตว์สามารถลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ได้หลายช่องทาง

โดยระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถจับกุมผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าได้ 12 คดี ส่วนเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2555 จับกุมผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าแก่งกระจานได้ 2 คดี โดยกลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่ามีทั้งคนในพื้นที่รอบอุทยาน ผู้มีอิทธิพล และคนมีสีจากที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ล่าสุด จากการตรวจสอบหลักฐานจากกล้องบันทึกภาพของหนึ่งในผู้ต้องหา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้พบภาพของ พ.ต.ท.ธีรยุทธ และ พวก ทั้งหมดอยู่ในป่าระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน โดยมีการทำกิจกรรมและดื่มสุราร่วมกัน และมีภาพอาวุธปืนสั้นของกลางที่จับได้วางพาดอยู่อย่างเห็นได้ชัดเจน จึงได้รวบรวมหลักฐานะไปดำเนินการแจ้งข้อหา กับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ ฐานพกพาอาวุธปืนเข้าเขตอุทยาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสัตว์ป่าในยามวิกาล ล่าสัตว์ในเขตอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาตครอบครองสัตว์ซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต


กลับขึ้นด้านบน