ตลิ่งริมน้ำในหลายพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวต่อเนื่อง

ตลิ่งริมน้ำในหลายพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวต่อเนื่อง

ตลิ่งริมน้ำในหลายพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวต่อเนื่อง

รูปข่าว : ตลิ่งริมน้ำในหลายพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวต่อเนื่อง

ตลิ่งริมน้ำในหลายพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวต่อเนื่อง ปัญหาตลิ่งทรุดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นอกจากจะสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและบ้านเรือนของประชาชนแล้ว ยังกระทบต่อวิถีชีวิตริมน้ำ ซึ่งสาเหตุของการทรุดตัวของดินริมตลิ่ง มีการคาดการณ์ไปในหลายสาเหตุ ซึ่งชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าอาจมาจากเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดคลื่นซัดฝั่งที่รุนแรงมากกว่าปกติ

สภาพบ้าน 2 ชั้นในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ปลูกอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทรุดตัวลงไปทั้งหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากดินบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดทรุดตัวลง ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางบาลเชื่อว่าเป็นผลมาจากภาวะดินแห้งไม่มีน้ำอุ้ม เนื่องจากระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับบ้านอีกหลายหลังในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าอาจเกิดจากผลกระทบของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ชาวบ้านหลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่ริมน้ำยอมรับว่ารู้สึกใจหายที่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง ตามสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

ร่องรอยความเสียหายของตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉุดความหวังในการใช้ชีวิตริมน้ำของยายทองหยด พึ่งเพียร ชาวบ้านไทรน้อย หายไปในทันที นำมาซึ่งความสะเทือนใจทุกครั้งที่ต้องเดินมายืนมองตลิ่งริมน้ำ

เหตุการณ์ตลิ่งทรุดที่ดูเหมือนเป็นความเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพดินฟ้าอากาศ ไม่เพียงกระทบต่อความรู้สึกของคนในพื้นที่ แต่ยังกระทบต่อวิถีชีวิตและอาชีพอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น สวนกล้วยหอมของนางสมศรี เทียนทอง ชาวบ้านไทรน้อย ที่ยังไม่ทันที่กล้วยหอมที่ลงแรงปลูกไว้เมื่อไม่กี่เดือนจะได้เติบโตเพื่อตัดผลขาย ก็ต้องทยอยร่วงลงไปตามตลิ่งหน้าบ้าน ที่ขณะนี้เหลือทางเดินริมตลิ่งเพียงแค่ 1-2 เมตรเท่านั้น จากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ยังมีตลิ่งอยู่ประมาณ 4-5 เมตร

ชาวบ้าน กล่าวว่า ตลิ่งที่นี่ไม่ได้ทรุดตัวจากปัจจัยธรรมชาติในช่วงหน้าแล้ง แต่เกิดจากเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ จำพวก ทราย น้ำตาล ดิน ซึ่งมีต้นทางที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง สัญจรผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณค่อนข้างมาก ชั่วโมงละหลายสิบลำ

ท้องเรือที่ลึกวิ่งผ่านกลางลำน้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำลึกผิดปกติกลางแม่น้ำ หากระดับน้ำสูงก็จะเกิดเป็นคลื่นน้ำซัดฝั่ง แต่หากเป็นช่วงหน้าแล้งที่ระดับน้ำลดลงหลายเมตรในขณะนี้ กระแสน้ำที่หมุนวนและกระแทกไปมา ทำให้ตลิ่งทั้ง 2 ฝั่งทรุดตัวลงครั้งละหลายเมตร สังเกตได้จากทุ่นสีส้มซึ่งเป็นแนวตลิ่งเดิม

ผู้ใหญ่บ้านที่นี่พูดถึงความแตกต่างของกระแสน้ำที่เกิดจากการเดินเรือสินค้าว่า ทำให้การไหลของน้ำในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตที่เมื่อมีการกัดเซาะฝั่งใด ก็จะเกิดที่งอกในฝั่งตรงกันข้ามตามทิศทางการไหลของน้ำ ทำให้ในรอบปีมานี้ มีบ้านเรือน 10-13 หลัง ต้องทยอยรื้อถอนบ้านหนีปัญหาตลิ่งพัง

แม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลไทรน้อยเป็นเส้นทางขนส่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการเรือขนส่งเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถขนถายสินค้าจากอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 5 กิโลเมตร ไปยังอำเภอพระนครศรีอยุธยาเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ ซึ่งประหยัดค่าขนส่งทางบกไปได้มาก แต่ขณะเดียวกัน ทำให้ผู้คนที่อยู่ริมน้ำต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการทำแนวป้องกันการกัดเซาะพื้นที่หน้าบ้าน หน้าวัด ของตนเองแทน


กลับขึ้นด้านบน