เตือน "ดีเปรสชั่น" เข้าไทย ส่งผลกระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 15-17 พ.ย. นี้

เตือน "ดีเปรสชั่น" เข้าไทย ส่งผลกระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 15-17 พ.ย. นี้

เตือน "ดีเปรสชั่น" เข้าไทย ส่งผลกระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 15-17 พ.ย. นี้

รูปข่าว : เตือน "ดีเปรสชั่น" เข้าไทย ส่งผลกระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 15-17 พ.ย. นี้

เตือน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเกี่ยวกับพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ว่าจะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้

เตือนผลกระทบพายุดีเปรสชั่น พายุเข้าไทยเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมิห์ ประเทศเวียดนาม ทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 500 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ปลายแหลมญวนในวันที่ 15 พ.ย.นี้ โดยจะทำให้ในช่วงวันที่ 15-17 พ.ย. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ด้านศาสตราจารย์ธนวัฒน์จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งวิเคราะห์จากแบบจำลองสภาพอากาศ บอกว่าพายุลูกนี้อาจจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าพายุจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และขึ้นฝั่งประเทศไทยที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือ ชุมพร และสลายตัวไป แต่ถ้าพายุทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ก็อาจจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยไปยังทะเลอันดามัน และขึ้นฝั่งที่ประเทศพม่า

ส่วนรองศาสตรจารย์เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่า ปัจจัยที่จะทำให้พายุดีเปรสชั่นลูกนี้สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ หากมีกำลังแรงจะส่งผลให้พายุขาดความชื้น และอาจจะสลายตัวที่บริเวณแหลมญวน ไม่เข้าสู่ประเทศไทย แต่ถ้าพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็จะส่งผลดี เพราะจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ และสามารถบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งได้


กลับขึ้นด้านบน