ปัญหาฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้าชีวมวล กระทบวิถีชีวิตชาวร้อยเอ็ด

ปัญหาฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้าชีวมวล กระทบวิถีชีวิตชาวร้อยเอ็ด

ปัญหาฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้าชีวมวล กระทบวิถีชีวิตชาวร้อยเอ็ด

รูปข่าว : ปัญหาฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้าชีวมวล กระทบวิถีชีวิตชาวร้อยเอ็ด

ปัญหาฝุ่นละอองจากโรงไฟฟ้าชีวมวล กระทบวิถีชีวิตชาวร้อยเอ็ด ฝุ่นละอองจากขี้เถ้าเเกลบกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ของชาวบ้านตำบลเหนือเมือง ในอำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ในขณะนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุหลัก มาจากโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนในบริเวณเดียวกันถึง 3 โรง เเละทั้งหมดก็ไม่มีการทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งเเวดล้อม

                                     
ฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นปัญหาที่ชาวบ้านที่นี่ต้องเผชิญยืดเยื้อมานานเกือบ 10 ปีเเล้ว

ชาวบ้านในพืน้ที่เล่าว่า ฝุ่นละอองเริ่มรุนเเรง จนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตมากขึ้น หลังมีโรงไฟฟ้าชีวมวลตั้งขึ้นในพื้นที่ตำบลเหนือเมืองติดกันถึง 3 โรง เธอเเละชาวบ้านหลายคนจึงเชื่อว่า ต้นตอของปัญหาน่าจะมาจากโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 3 เเห่ง

ข้อสันนิษฐานของชาวบ้านสอดคล้องกับสภาพเเวดล้อมของ ต.เหนือเมือง เพราะหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 3 เเห่ง ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองสีขาว เเละเขม่าขี้เถ้าเเกลบสีดำ หลายพื้นที่จึงมีสภาพอย่างที่เห็น

โรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 3 เเห่ง ตั้งอยู่ในบริเวณต่อเนื่องกัน มีระยะห่างระหว่างโรงประมาณ 100 ม. ห่างจากเขตชุมชน 1 กม. โดยมีทุ่งนากั้น เเละห่างจากตัว จ.ร้อยเอ็ดประมาณ 3 กม.ทั้งหมดมีขนาดกำลังการผลิตไม่ถึง 10 เมกะวัตต์ ใช้เเกลบเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า รอบนอกโรงไฟฟ้ามีชุมชนดั้งเดิม 5 หมู่บ้านอาศัยอยู่โดยรอบ ด้วยระยะห่างระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมาก ชาวบ้านจึงเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง ที่เกิดจากการเผาเเกลบของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะบ้านหนองนาสร้าง เเละบ้านหนองม่วง ซึ่งอยู่ใต้ทิศทางลม

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมฉบับปัจจุบัน มีข้อกำหนดให้โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่มีขนาดกำลังการผลิตต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ไม่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งเเวดล้อม หรือ EIA การขอดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าทั้ง 3 เเห่ง จึงจัดตั้งโดยง่าย

เเม้ว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 3 เเห่ง จะมีขนาดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฏหมายกำหนด ที่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งเเวดล้อม เเต่ด้วยระยะห่างระหว่างโรงไฟฟ้าทั้ง 3 เเห่งอยู่ใกล้กันมาก ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงตั้งคำถามว่า กฏหมายดังกล่าวครอบคลุม เเละคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาเพียงพอเเล้วหรือยัง เพราะเมื่อนำขนาดกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 เเห่งมารวมกัน เกือบจะถึง 30 เมกะวัตต์เเล้ว กฏหมายระยะห่างระหว่างโรงงาน โดยเฉพาะกิจการประเภทเดียวกัน จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้าน อยากให้มีการกำหนดมาตรการนี้ขึ้นมาบังคับใช้ เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบที่อาจทวีความรุนเเรงเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต


กลับขึ้นด้านบน