กฎกระทรวงเพิ่มสิทธิคุ้มครองคนรับใช้

กฎกระทรวงเพิ่มสิทธิคุ้มครองคนรับใช้

กฎกระทรวงเพิ่มสิทธิคุ้มครองคนรับใช้

รูปข่าว : กฎกระทรวงเพิ่มสิทธิคุ้มครองคนรับใช้

กฎกระทรวงเพิ่มสิทธิคุ้มครองคนรับใช้ กฎกระทรวงแรงงานฉบับที่ 14 ที่ให้การคุ้มครองคนทำงานบ้าน ได้รับสิทธิเสมือนแรงงานประเภทอื่น โดยเฉพาะเรื่องค่าจ้างวันหยุด และวันลา เริ่มบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยหากนายจ้างฝ่าฝืน มีโทษตั้งแต่ปรับเงินจนถึงจำคุกตามความผิดแล้วแต่กรณี โดยประกาศดังกล่าวคุ้มครองแรงงานที่เป็นคนต่างด้าวด้วย

กฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 พ.ศ.2555 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับประกาศฉบับนี้เป็นการออกประกาศกฎกระทรวง เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอแอลโอ ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน ซึ่งประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างปฏิบัติตาม เพื่อให้แรงงานที่ทำงานบ้านได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเหมือนแรงงานประเภทอื่น และไม่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดยกฎกระทรวงฉบับนี้ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวที่เป็นคนรับใช้ตามบ้านที่ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทรับเหมาทำความสะอาด โดยคนรับใช้ตามบ้านจะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี คือ

1. ลูกจ้างต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน 2. นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดตามประเพณีปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน ซึ่งรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย และหากวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้ลูกจ้างหยุดเป็นวันหยุดชดเชยเพิ่มอีก 1 วัน 3. ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละไม่เกิน 6 วันทำงาน

4.ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยตามที่ป่วยจริงได้ และหากลา 3 วันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองแพทย์ยืนยันจ้างลูกจ้างได้ 5. กรณีลูกจ้างเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับเด็กโดยตรง 6. ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุด ต้องได้รับเงินค่าจ้างด้วย และ 7.ลูกจ้างต้องได้ค่าจ้างในวันที่ลาป่วย โดยไม่เกิน 30 วันทำงาน

นอกจากนี้ กฎกระทรวงยังห้ามจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นคนรับใช้ หากต้องการจ้างเด็กที่มีอายุระหว่าง 15 -18 ปี นายจ้างต้องยื่นเรื่องขออนุญาตจ้างงานเด็ก จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยยื่นผ่านสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในจังหวัดที่พักอาศัย รวมถึงห้ามนายจ้างหักเงินค้ำประกันการทำงาน หรือห้ามหักเงินค่าจ้างจากลูกจ้างที่เป็นเด็กด้วย

หากนายจ้างไม่ปฏิบัติจะมีโทษตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น หากนายจ้างไม่กำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือไม่ให้ค่าจ้างคนรับใช้ในวันที่ลาป่วย จะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้คนรับใช้ที่ทำงานในวันหยุดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติเรื่องการจ้างงานในครัวเรือนรายบุคคล หรืองานบ้านเมื่อเดือนกันยายน 2555 พบว่าปัจจุบันมีแรงงานที่ทำงานบ้านทั้งหมดกว่า 240,000 คน แต่เชื่อว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ ซึ่งแต่เดิม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ไม่ได้ให้ความคุ้มครองเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำครอบคลุมไปถึงคนรับใช้ตามบ้าน โดยปัจจุบันคนรับใช้ตามบ้าน จะมีเงินเดือนโดยเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 8,000-9,000 บาทต่อเดือน

ผลการสำรวจยังพบว่าเมื่อแรงงานกลุ่มนี้ป่วย ส่วนใหญ่ใช้สิทธิรักษาพยาบาลของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานมีนโยบายผลักดันแรงงานกลุ่มนี้ เข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 40 เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองในกรณีต่างๆ เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และเงินชราภาพ


กลับขึ้นด้านบน