ซีทีเอชไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ย้ำไม่เน้นกำไร

ซีทีเอชไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ย้ำไม่เน้นกำไร

ซีทีเอชไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ย้ำไม่เน้นกำไร

รูปข่าว : ซีทีเอชไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ย้ำไม่เน้นกำไร

ซีทีเอชไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ย้ำไม่เน้นกำไร ผู้บริหารซีทีเอชแถลงว่าการคว้าลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกในอีก 3 ปีข้างหน้า แม้จะประมูลด้วยวงเงินมหาศาล แต่ไม่เน้นผลกำไรนอกจากนั้นแฟนบอลยังมีสิทธิ์รับชมผ่านฟรีทีวี

ผู้บริหารซีทีเอชหรือกลุ่มบริษัทเคเบิ้ลไทยโฮลดิ้ง ยังคงไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในอีก 3 ปีข้างหน้า แต่เผยว่าตัวเลขใกล้เคียง 7,000-9,000 ล้านบาทตามที่สื่อมวลชนคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งการคว้าลิขสิทธิ์ครั้งนี้ซีทีเอชยังไม่ได้มีการวางแผนการตลาดเนื่องจากเพิ่งทราบข่าวจากทีมงานที่เดินทางไปประมูลที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ และในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะเริ่มออกอากาศโดยมี 8 ช่องรองรับการแข่งขัน 380 แมตช์ต่อปี

อย่างไรก็ตามในแง่ความคุ้มทุนทางธุรกิจผู้บริหารซีทีเอชไม่ได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและไม่เน้นผลกำไรใน 3 ปีแรก แต่มีเป้าหมายในการเพิ่มฐานผู้ชมให้ครอบคลุมทั่วประเทศซึ่งลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกจะเป็นตัวกระตุ้น

นอกจากวงเงินมหาศาลในการซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกแล้วซีทีเอชจำเป็นต้องลงทุนอีกอย่างน้อย 20,000ล้านบาทสำหรับการวางโครงข่ายเพิ่มเติม และอนาคตอันใกล้การรับชมอาจจะเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่ผ่านเคเบิ้ลท้องถิ่นเป็นกล่องรับสัญญาณ ซึ่งยังไม่ได้มีการกำหนดราคาแต่เชื่อว่าไม่แพง สำหรับผู้ชมที่ไม่ได้เป็นสมาชิกก็มีสิทธิ์ชมการแข่งขันผ่านฟรีทีวีเช่นกันเพราะพรีเมียร์ลีกมีข้อกำหนดให้ผู้ถือลิขสิทธิ์ต้องออกอากาศในฟรีทีวี

สำหรับการประมูลลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล2013-2015 ซีทีเอชพลิกล็อกคว้าลิขสิทธิ์เหนือความคาดหมายเนื่องจากก่อนหน้านี้มีทั้งทรูวิชั่นส์เจ้าของลิขสิทธิ์เดิม บริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และอาร์เอสเข้าร่วมการประมูล ซึ่งต่างเสนอวงเงินมหาศาลเช่นกัน ซีทีเอช ซึ่งเป็นเคเบิ้ลท้องถิ่นปัจจุบันได้รับการพัฒนาระบบเครือข่ายก้าวกระโดดหลังจากการเข้ามาถือหุ้นของนายวิชัย ทองแตง นักธุรกิจเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ของประเทศไทย เจ้าของฉายาพ่อมดตลาดหุ้น และนายวัชร วัชรพล ทายาทหนังสือพิมพ์ไทยรัฐสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ การจับมือของทั้ง 2 คนในธุรกิจเคเบิ้ลทีวีทำให้ถูกจับตามองว่าอาจจะมีพันธมิตรอีกหลายรายเข้ามาร่วมธุรกิจ


กลับขึ้นด้านบน